ยื่นภาษีออนไลน์ คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ยื่นภาษีออนไลน์ คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง


การยื่นภาษีถือว่าเป็น “หน้าที่” ของทุกคนที่มีรายได้

เพื่อนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากร ทั้งนี้ไม่ว่ารายได้ของคุณจะถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ก็ตาม ก็ยังคงเป็นหน้าที่ในการที่เราจะต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง หากไม่ยื่นภาษี และเราเองมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ก็อาจทำให้กรมสรรพากรเรียกค่าปรับชำระภาษีล่าช้าจากเราได้ ดังนั้น "หากไม่อยากเสียค่าปรับย้อนหลังก็ควรศึกษาการยื่นภาษีให้ถูกต้อง"

โดยในปัจจุบันมีการเปิดช่องทางให้ยื่นภาษีออนไลน์

เป็นการเปิดโอกาสสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเข้าถึงการยื่นภาษีได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วขึ้น และยังลดขั้นตอนการยื่นภาษีจากอดีต ทำให้การยื่นภาษีเป็นไปโดยง่าย รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น  

ภาษีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

การยื่นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา สามารถแบ่งประเภทได้ ดังนี้

    -ภ.ง.ด.94 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 40(5)-(8) ต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ของงวดเดือนมกราคม – เดือนมิถุนายน ภายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน (เป็นการเสียภาษีครึ่งปี สำหรับคนไม่มีเงินเดือน แต่มีรายได้ อย่างอื่นมาแทนเช่น ปันผลจากกองทุนและหุ้น ขายที่ดินได้)

    -ภ.ง.ด.91 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท “เงินเดือน” อย่างเดียวให้ยื่่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ของทั้งปี (ครั้งเดียว) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

    -ภ.ง.ด.90 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทที่มิใช่เงินเดือน หรือมีเงินได้ 2 ประเภท ขึ้นไป (หรือสำหรับคนมีเงินเดือนและมีรายได้อื่นด้วย เช่น ปันผลจากกองทุนและหุ้น ขายที่ดินได้ หรือจากมรดก เป็นต้น)

ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์

    1. สามารถยื่นภาษีออนไลน์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่ https://www.rd.go.th/ และเลือก ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต

    2. เลือก ยื่นแบบฯ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 โดยเลือกภาษีเงินได้จากประเภทเงินได้ที่เราได้รับจากประเภทการยื่นภาษีที่กล่าวมาข้างต้น

    3. ขั้นตอนสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตและผู้ที่เคยยื่นมาก่อนแล้ว จะมีช่องแบบฟอร์มให้กรอกสำหรับการลงทะเบียนก่อนในเบื้องต้น แต่หากเป็นผู้ที่เคยยื่นภาษีออนไลน์มาแล้ว สามารถเข้าไปที่รายละเอียดการ “ยื่นภาษี” ได้เลย

    4. ให้เราใส่หมายเลขและรหัสผ่านที่ได้รับ จากนั้นให้กรอกรายละเอียดให้ครบทุกช่องทางตามที่ขึ้นโชว์หน้าเว็บไซต์ หากกรอกไม่ครบถ้วนจะไม่สามารถบันทึกรายการได้ จะต้องย้อนกลับไปกรอกใหม่ให้ครบถ้วน

    5. บันทึกเงินได้ บันทึกลดหย่อน จากนั้นให้กดคำนวณภาษี ซึ่งระบบจะทำการคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ จากนั้นให้ยืนยันการยื่นแบบ

สำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกินและขอคืนภาษี สามารถสมัครบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกบัญชีธนาคารไว้กับบัตรประชาชน จะได้รับเงินคืนจากการขอคืนภาษีที่เร็วกว่าการจ่ายคืนเป็นเช็ค โดยกรมสรรพากรจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกด้วยพร้อมเพย์ได้ง่าย ทำให้เราได้รับเงินคืนภาษีที่เร็วและสะดวกขึ้น 


ที่มา : Link

 1499
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

"ใบลดหนี้" และ "ใบเพิ่มหนี้" โดยเอกสารทั้ง 2 ชนิดนี้เราจะใช้เมื่อมูลค่ารายการขายสินค้าหรือให้บริการมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ตกลงกัน จะออกใบเพิ่มหนี้/ใบลดหนี้ได้ ต้องมีการออกใบกำกับภาษีแล้ว (ผู้ออก) ต้องออกใบเพิ่มหนี้ / ใบลดหนี้ ในเดือนที่มีเหตุที่กล่าวมาเกิดขึ้น (ผู้รับ) ต้องนําภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนที่เพิ่ม หรือขาด ไปใช้ในเดือนที่ได้รับ
ภ.พ. 20 เป็นแบบฟอร์มที่ใช้ในการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย โดยผู้เสียภาษีที่จำเป็นต้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีประกอบด้วยบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
รายการที่นิติบุคคลสามารถนำมาลดหย่อนภาษีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกับ การลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ทั้งนี้เพื่อให้การชำระภาษีในปีนั้น ๆ มีจำนวนน้อยลง เพราะมีการหักค่าใช้จ่ายในแต่ละปีภาษีมากขึ้น ต่างกันเพียงแค่รายการที่นิติบุคคลสามารถนำมาลดหย่อนแตกต่างจากบุคคลธรรมดาเท่านั้น โดยรายการที่นิติบุคคลสามารถนำมาลดหย่อนได้ มีดังนี้
บัญชีที่ทำกันโดยทั่วไป ได้แก่ บัญชีเงินเดือน (payroll) การออกใบกำกับสินค้า (invoice) บัญชีลูกหนี้ (account receivable) การรับเงิน (cash receipts) บัญชีเจ้าหนี้ (account payable) การพิมพ์เช็คและหักบัญชี (check writing and reconciliation) เป็นต้น
ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือ เอกสารหลักฐานสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องจัดทำและออกให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้ง
อ้างอิงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง  กำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี  และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี พ.ศ.2544 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 (1) (2) (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชีพ.ศ. 2543 อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์