ภาษีอะไรบ้างที่ต้องรู้เกี่ยวกับ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า

ภาษีอะไรบ้างที่ต้องรู้เกี่ยวกับ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า

ในปัจจุบันการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ ถือเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มการจ้างงาน และส่งเสริมการแข่งขันและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ รวมไปถึงช่วยให้สร้างโอกาสขยายตลาด และเพิ่มรายได้แบบก้าวกระโดด ดังนั้น การดำเนินธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

และแน่นอนว่า นำเข้า-ส่งออกสินค้า คงหนีไม่พ้นกับเรื่องของภาษีแน่นอน ก่อนที่จะมาดูว่ามีภาษีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง เรามาดูความหมายของ การนำเข้า การส่งออก ภาษีนำเข้า (Import Duty) และ ภาษีส่งออก (Export Duty) เบื้องต้นกัน

"นำเข้า” หมายถึง กระบวนการที่นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผ่านพิธีการทางศุลกากร 

“ส่งออก” จะหมายถึง การส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ โดยผ่านพิธีการทางศุลกากร

“ภาษีนำเข้า (Import Duty)” เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศ อัตราภาษีนี้จะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า และนโยบายของรัฐบาลแต่ละประเทศ มักใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้า เพิ่มรายได้ และควบคุมการนำเข้าสินค้า การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีนำเข้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่ามีการดำเนินการอย่างถูกต้องและโปร่งใส

“ภาษีส่งออก (Export Duty)” เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ แม้ว่าภาษีนี้จะพบไม่บ่อยเท่าภาษีนำเข้า แต่บางประเทศอาจใช้เพื่อควบคุมปริมาณการส่งออกสินค้าบางประเภท หรือเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยการเรียกเก็บภาษีส่งออกนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจและสภาพการค้าระหว่างประเทศในขณะนั้น นอกจากนี้ สินค้าบางประเภทอาจถูกยกเว้นภาษีส่งออก หรืออาจมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า

 

การนำเข้า-ส่งออกสินค้า ต้องเจอภาษีอะไรบ้าง

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกภาษีในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า มีดังนี้

กรณีของการนำเข้าสินค้า

ผู้นำเข้าสินค้าต้องเจอกับภาษี คือ

  1. อากรขาเข้า อากรขาเข้าจะถูกเรียกเก็บเมื่อมีการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด
  2. ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการบางประเภท ซึ่งมักเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ เครื่องดื่ม น้ำหอม สุรา ยาสูบ ไพ่ เป็นต้น
  3. ภาษีเพื่อมหาดไทย เป็นภาษีที่จัดเก็บขึ้นเพื่อสนับสนุนงบประมาณและการบริหารงานของหน่วยงานท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล และจังหวัด
  4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผู้นำเข้าจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อนำเข้าสินค้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เมื่อผู้นำเข้าเสียอากรขาเข้า ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเสมอ) แต่อย่างไรก็ตามภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียไปนั้น สามารถนำมาขอคืนเป็นภาษีซื้อได้ภายใน 6 เดือน แต่อากรขาเข้านั้นขอคืนไม่ได้

กรณีของการส่งออกสินค้า

การส่งออกสินค้านั้น จะมีภาษีที่เกี่ยวข้อง คือ

  1. อากรขาเข้า กรมศุลกากรได้กำหนดอัตราอากรสำหรับสินค้าประเภท หนังโค หรือหนังกระบือ และสินค้าที่ส่งออกจากพื้นที่พัฒนาร่วมตามกฎหมายองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย (อ้างอิง: ประกาศกรมศุลกากร ที่ ๑๐๓ /2561) ที่ยังคงต้องเสียอากรขาออก
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม การส่งออกสินค้าและบริการมักจะได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือได้รับการจัดเก็บในอัตรา 0% (ผู้ส่งออกสินค้าเป็นผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบแสดงรายการ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 23 หากยื่นแบบออนไลน์)

 

สรุป

ในการจัดการภาษีที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจนำเข้า - ส่งออกนั้น นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทภาษี การคำนวณภาษี อัตราภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ การเตรียมเอกสารในการยื่นแบบ และการชำระภาษีต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้สามารถวางแผนในการทำธุรกิจ ควบคุมต้นทุน และสร้างกำไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตในระยะยาวได้ 

โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed มีฟังก์ชันที่ช่วยเหลือในส่วนของระบบจัดเอกสาร รองรับรายรับรายจ่าย ในรูปแบบของระบบอัตราแลกเปลี่ยน วิเคราะห์กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และ การ Revalues เอกสารเจ้าหนี้ ลูกหนี้ค้างชำระ ณ ตอนสิ้นงวดบัญชีได้อัตโนมัติ ด้วยระบบ Multi Currency สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบสกุลเงินต่างประเทศ Multi Currency


ระบบสกุลเงินต่างประเทศ Multi Currency


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : flowaccount.com


 875
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะเป็นกิจการเล็กหรือใหญ่คงหนีไม่พ้นที่จะมีค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องจ่ายจากเงินสด ระบบควบคุมภายในที่เกี่ยวกับเงินสด จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับเงินสดได้โดยไม่ทำให้เกิดจุดอ่อนที่อาจก่อให้เกิดการรั่วไหลได้ ฉะนั้น การใช้จ่ายโดยผ่านระบบของเงินสดย่อยจึงจำเป็นอย่างช่วยไม่ได้ เงินสดย่อย Petty Cash Fund คือ เงินสดที่มีไว้ใช้จ่าย สำหรับค่าใช้จ่ายในจำนวนเงินที่เล็กๆ น้อยๆ และเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ในลักษณะที่ว่าไม่สะดวกพอที่จะจ่ายเป็นเช็ค สำหรับผู้ที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินสดย่อย เราเรียกง่าย ๆ ว่า 
ใบขอซื้อ (PR) เป็นเอกสารที่เป็นฉบับแรกสุดในบริษัทขนาดใหญ่ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติเพื่อทำเอกสารใบสั่งซื้อ ส่วนใบสั่งซื้อ (PO) หรือ ใบเสนอราคา เอกสารใบสั่งซื้อนี้ สามารถใช้เป็นหลักฐานในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี หากการสั่งซื้อนั้นเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด หรือ มีข้อโต้แย้งที่ทำสินค้าให้เราไม่ได้อย่างที่ตกลงกันไว้
การดำเนินธุรกิจใดก็ตามมีจุดประสงค์ร่วมกันอยู่หนึ่งอย่างคือ แสวงหากำไรหรือรายได้รายได้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าก็เป็นส่วนประกอบหนึ่ง ในปัจจุบันผลผลิตของบริษัทแบ่งเป็นสองประเภทคือการขายสินค้าและการให้บริการ ซึ่งการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการจัดการสินค้าตั้งแต่การสั่งซื้อจนไปถึงการ ขายออกไปจำเป็นต้องอาศัยข้อสันนิษฐาน เพราะจำนวนสินค้าเข้าออกในแต่ละบริษัทมีจำนวนมาก และหากบันทึกสินค้าทุกชิ้นย่อมทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง และประโยชน์ที่ได้รับก็อาจยังไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้อีกด้วย
ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs การที่จะประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้มีเรื่องของการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT มาให้ทำความเข้าใจกัน ว่าทำไมธุรกิจของท่านนั้นถึงต้องจัดการให้เข้าสู่ระบบภาษี ต้องเตรียมเอกสารเยอะแค่ไหน ดูเป็นเรื่องน่าปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งการเติบโตในธุรกิจที่จะขึ้นในภายภาคหน้า สำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจ “ภาษี” แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตราบใดที่ทำตามขั้นตอนก็สบายมากๆ
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้าง (Wages) และเงินเดือน (Salaries) ที่กิจการจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ในการจ่ายค่าจ้างอาจจ่ายเป็นรายชั่วโมง (Hourly) รายวัน (Daily) หรือตามหน่วยที่ผลิตได้ (Piecework) ส่วนเงินเดือนมักจะจ่ายเดือนละครั้ง
การทำบัญชีถือเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจ เพราะบัญชีจะทำให้คุณทราบที่มาที่ไปของเงินในแต่ละส่วน มองเห็นผลกำไร ขาดทุนได้อย่างชัดเจนและที่สำคัญการทำบัญชียังช่วยลดการเกิดทุจริตภายในกิจการ สามารถทำการตรวจสอบย้อนข้อมูลทางการเงินหลังได้บริษัทส่วนใหญ่จึงทำการจ้างนักบัญชีเข้ามาทำงานในส่วนนี้ เพื่อความถูกต้อง

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์