กระทบยอดเงินฝากธนาคารคืออะไร และสำคัญต่อบริษัทอย่างไร?

กระทบยอดเงินฝากธนาคารคืออะไร และสำคัญต่อบริษัทอย่างไร?

กระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation)

คือ กระบวนการตรวจสอบและเปรียบเทียบยอดเงินฝากธนาคารที่แสดงในสมุดบัญชีของกิจการ (เช่น สมุดเงินฝาก/บัญชีแยกประเภทเงินฝากธนาคาร) กับยอดเงินคงเหลือที่ปรากฏใน รายงาน Statement ของธนาคาร ในช่วงเวลาเดียวกัน ว่าตรงกันหรือไม่


ทำไมถึงมียอดไม่ตรงกัน?

สาเหตุหลัก ๆ เช่น

  • เช็คที่ออกไปแล้ว แต่ผู้รับยังไม่ได้นำไปขึ้นเงิน (Outstanding Cheque)
  • เงินฝากเข้าธนาคารแล้ว แต่ธนาคารยังไม่บันทึก (Deposit in Transit)
  • ธนาคารหักค่าธรรมเนียม ค่าดอกเบี้ย หรือหักเช็คคืน โดยกิจการยังไม่ได้บันทึก
  • กิจการบันทึกผิด เช่น ใส่ยอดไม่ตรงกับความเป็นจริง
    ความสำคัญของการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร
    1. ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี  ทำให้มั่นใจได้ว่ายอดเงินสดในบัญชีธนาคารตรงกับยอดในสมุดบัญชี ไม่เกิดการบันทึกผิดพลาด
    2. ควบคุมเงินสด  ป้องกันการทุจริต หรือการใช้เงินโดยไม่ได้บันทึก
    3. ทราบสถานะทางการเงินที่แท้จริง บริษัทสามารถรู้ได้ว่าเงินสดที่ใช้ได้จริงมีเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ตามยอดในสมุดบัญชี
    4. ช่วยในการวางแผนการเงิน  รู้กระแสเงินเข้าออกที่แท้จริง เพื่อจัดการสภาพคล่องและการชำระหนี้
    5. สอดคล้องตามหลักการบัญชีและการตรวจสอบ (Audit) ผู้สอบบัญชีมักจะขอดูรายการกระทบยอดเงินฝากเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบ

    โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed จึงมีฟีเจอร์กระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Reconcile) เพื่อเป็นการบันทึกรายการกระทบยอดเดบิต และเครดิต หรือเป็นการบันทึกรายการตัดยอดบัญชีของรหัสบัญชี แต่ละตัวเพื่อจะได้รู้ว่าเอกสารที่กระทบยอดแล้ว ปัจจุบันมียอดคงเหลือจริงเท่าไร และใช้สำหรับการตรวจสอบยอดคงค้างของแต่ละรหัสบัญชี

    คุณสมบัติ

    • สามารถระบุชื่อบัญชีที่ใช้ในการตรวจสอบได้ (กรณีต้องการตรวจสอบบางบัญชี)
    • แสดงรายละเอียดการบันทึกบัญชีทั้งด้านเดบิต และเครดิตของบัญชีที่ ต้องการตรวจสอบ
    • สามารถตรวจสอบรายการบัญชีว่ามีการตัดยอดทั้งด้านเดบิต และเครดิตว่า ถูกต้องหรือไม่ จากหน้าจอบันทึกรายการ
    • ใช้เป็นหลักฐาน หรือเอกสารสนับสนุนการตรวจสอบภายในของกิจการ
    • รองรับการดูรายงาน Account Reconciliation
    • รองรับการดูรายงานยอดคงเหลือที่ยังไม่ Reconciliationiliation

    รายงานที่ได้รับจากการบันทึก

    • รายงาน Account Reconciliation
    • รายงานยอดคงเหลือบัญชีที่ยังไม่ Reconcile
     854
    ผู้เข้าชม

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    ภาษีเงินได้หมายถึงภาษีทั้งสิ้นที่กิจการต้องจ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นภาษีเงินได้ที่คำนวณจากกำไร นอกจากนี้ภาษีเงินได้ยังรวมถึงภาษีประเภทอื่น เช่น ภาษีหักณ.ที่จ่ายของบริษัท บริษัทร่วม หรือกิจการร่วมค้าหักไว้จากการแบ่งปันส่วนทุนหรือกำไรให้กับกิจการ ในการดำเนินธุรกิจนั้น เมื่อมีกำไรธุรกิจจะต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่รัฐบาล ซึ่งภาษีเงินได้ดังกล่าวนั้นถูกคำนวณขึ้นตามกฎหมายของภาษีอากร โดยใช้ระเบียบใช้แนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากร ซึ่งกฎหมาย ระเบียบ หรือแนวปฏิบัตินั้นอาจแตกต่างจากวิธีการทางบัญชีของกิจการซึ่งได้กระทำตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป กำไรสุทธิที่คำนวณตามหลักการบัญชีจึงแตกต่างจากกำไรสุทธิตามหลักเกณฑ์ภาษีอากร จึงมีผลทำให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายตามหลักการบัญชีแตกต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีอากร จำนวนที่แตกต่างนั้นก็คือ ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีนั่นเอง
    หลักฐานที่แสดงถึงการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี  หลักฐานที่ได้รับจากการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี และสิ่งที่ตรวจพบจากการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีภาษีอากร  ซึ่งได้แก่ เอกสารที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้จัดทำขึ้นเอง  เอกสารที่ได้รับมาจากกิจการที่ทำการตรวจสอบ  หรือที่ขอจากบุคคลภายนอกกิจการ ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี
    ก่อนจะไปรู้จักกับ 50 ทวิ เรามารู้จัก ภาษีหัก ณ ที่จ่ายว่าคืออะไร? กันก่อนดีกว่า แล้วทำไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ?
    เมื่อใดที่มีการทางสัญญาทางธุรกิจต่างๆเช่น สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน สัญญาจ้างทาของ สัญญากู้ยืมเงิน เป็นต้น กฎหมายกำหนดให้เสียค่าอากรแสตมป์โดยเป็นอากรที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการำตราสารต่างๆ
    นักลงทุนควรที่ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในงบการเงินของกิจการ โดยนักลงทุนจะต้องทราบถึงความสำคัญของงบการเงิน ว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะข้อมูลในงบการเงินของแต่ละกิจการนั้น จะสามารถบ่งชี้ให้เราทราบถึงโอกาสในการลงทุนโดยดูจากข้อมูลภายในงบการเงินนั้นๆ งบการเงินของบริษัท ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนต้องการที่จะกล่าวถึง สาระสำคัญของงบการเงินที่นักลงทุนควรที่จะต้องพิจารณา โดยมีด้วยกันอยู่ 2 รายงาน และ 3 งบ ดังนี้
    เงินมัดจำ (อังกฤษ: earnest) คือ เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอันมีค่าในตัวซึ่งให้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่าได้มีการทำสัญญากันขึ้นแล้ว และเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญานั้น

    สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์