อยากเปิด สำนักงานบัญชี มีองค์ประกอบอะไรบ้าง

อยากเปิด สำนักงานบัญชี มีองค์ประกอบอะไรบ้าง


สำนักงานบัญชี
เป็นคำที่คุ้นหู และเคยได้ยินควบคู่กับการทำประกอบธุรกิจมานาน และนักบัญชีที่จบบัญชีบางส่วนก็อยากจะเปิดสำนักงานบัญชี เพราะการเปิดสำนักงานบัญชีไม่ใช้เรื่องยาก แต่ก็ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้ามองจากผู้ที่ผ่านประสบการณ์ต่างๆ

ในการทำงานเกี่ยวกับบัญชี ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน รับผิดชอบงานส่วนไหน หรือ ด้านไหนของธุรกิจ แล้วพบเจอปัญหาที่ยาก เกินความสามารถ หรือ รับผิดชอบไม่ไหว กับผลกระทบจากการทำงานผิดพลาดต่างๆ ทำให้มุมมองในการเปิดสำนักงานบัญชีเป็นเรื่องที่ยากในความคิดของคนนั้น

แต่ ถ้าเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงาน แล้วผ่านการทำงานด้วยประสบการณ์ที่ดี แก้ไขปัญหาที่พบเจอได้ไม่ยาก และ รับผิดชอบกับงานที่เกิดความผิดพลาดไหว ก็อาจทำให้ความคิดในการเปิดสำนักงานบัญชีเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนนั้น แต่ไม่ก็ง่ายเลยซะทีเดียว ที่การเปิดสำนักงานบัญชีนั้นจะประสบความสำเร็จได้มีองค์ประกอบหลายอย่าง จะยกตัวอย่างหลักๆ ให้เห็นได้ชัด ว่าการเปิดสำนักงานบัญชีได้ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่น

1.ผู้ที่จะเปิดสำนักงานบัญชี จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่จบบัญชีตามที่กฎหมายรับรอง และสามารถขึ้นชื่อเป็นผู้ทำบัญชีได้
2.สำนักงานบัญชีต้องมีความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นงานบริการ ไม่สามรถจับต้องได้ ทำให้การเริ่มต้นในการหาลูกค้านั้นทำได้ยาก ทำให้ต้องมีทักษะในการสื่อสาร หรือ สร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า
3.เมื่อทำบัญชีเสร็จตามรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องมีผู้สอบ ที่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินได้ เพราะผู้ที่ลงชื่อทำบัญชี ไม่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินเองได้
หลักๆ ที่ยกตัวอย่างมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเปิดสำนักงานบัญชีปัญหาที่จะต้องพบเจอยังมีอีกมากมาย แต่ไม่ยากเจอความสามารถของผู้ที่มีความ ขยัน ตั้งใจ และ อดทน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนักบัญชีที่จะต้องมี

สุดท้าย สิ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของการเปิดสำนักงานบัญชี ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือ จะต้องมีจรรยาบรรณของนักบัญชี อีกด้วย

โปรแกรมบัญชี ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สำนักงานบัญชี นักบัญชี!


ที่มา : www.สํานักงานบัญชี.com
 11294
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรณีที่บุคคลใดยื่นแบบภาษีภายในกำหนดแต่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน หรือยื่นแบบภาษีล่าช้า ละเลย หรือหลีกเลี่ยงการยื่นแบบภาษี จะต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมายกำหนด และหากฝ่าฝืน หลีกเลี่ยง ไม่ยอมชำระจะต้องรับโทษทางอาญาด้วย บทลงโทษมีดังนี้
ใครที่เป็นนักบัญชีคงรู้ว่า ในหน้าที่การงานที่เกี่ยวกับบัญชีที่ตนรับผิดชอบอยู่นั้นจะพบว่าต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายๆฉบับอย่างไม่น่าเชื่อ ที่ใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็น (๑) ประมวลรัษฎากร กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ตามมาด้วย (๒) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะในบรรพ 3 ในหมวดว่าด้วย “บริษัท” (๓) พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (๔) พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (๕) พระราชบัญญัติประกันสังคม และ (๖) พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ที่เรียกกันสั้นๆว่ากฎหมายแรงงาน)
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่กรมสรรพากรออกมาให้ใช้ กรณีกิจการจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือบริการเบ็ดเตล็ดแต่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการได้ ต้องให้พนักงานของกิจการเป็นผู้รับรองการจ่ายเงินดังกล่าว
เงินปันผล (dividend) เป็นค่าตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งมักเป็นการกระจายกำไร เมื่อบริษัทได้กำไรหรือส่วนเกิน บริษัทสามารถนำไปลงทุนในธุรกิจต่อ (เรียก กำไรสะสม) หรือสามารถจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นก็ได้ บริษัทอาจสงวนกำไรหรือส่วนเกินส่วนหนึ่ง
กรมสรรพากรขยายเวลามาตรการภาษีการใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax) ออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อ 31 ธันวาคม 2565) โดยออกเป็นร่างกฎหมาย รวม 2 ฉบับ สาระสำคัญของร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์