บัญชีกระแสรายวันคืออะไร มีข้อดีอย่างไร?

บัญชีกระแสรายวันคืออะไร มีข้อดีอย่างไร?


บัญชีกระแสราย
วัน คือประเภทบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารประเภทหนึ่ง ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องประกอบกิจการต่างๆ และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือพาณิชย์ โดยเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยจัดการเรื่องการเงินในเชิงธุรกิจให้สำเร็จได้อย่างง่ายๆ รวมทั้งทำให้เราไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากๆ โดยเฉพาะเวลาจะทำการโอนหรือจัดการด้านธุรกิจต่างๆ ด้วยวงเงินจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้เป็นบัญชีเงินหมุนเวียน และใช้ออกเช็คในการเบิกจ่ายเงิน โดยสามารถขอเบิกเงินเกินบัญชีได้ ซึ่งทางธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเพียงส่วนที่เราเบิกเงินเกินเท่านั้น แต่เป็นประเภทบัญชีที่ไม่ได้รับดอกเบี้ย

ข้อดีของบัญชีกระแสรายวันมีอะไรบ้าง?

  – มีความปลอดภัย เพราะไม่ต้องถือเงินสดจำนวนมากอยู่กับตัว โดยเป็นการสั่งจ่ายเช็คเพื่อนำไปขึ้นเงินกับทางธนาคาร ซึ่งสามารถให้พนักงานส่งเอกสารไปรับเช็คมาจากลูกค้าได้โดไม่ต้องกังวลหรือกลัวกับการโดนโกง เนื่องจากมีการระบุชื่อและขีดคร่อมบนเช็คไว้อยู่แล้ว
  – มีความสะดวกสบาย ไม่ต้องไปธนาคารเพื่อทำเรื่องขอเบิกเงิน หรือไปกดเงินยังตู้เอทีเอ็มบ่อยๆ
  – สามารถนำเงินมาใช้หมุนเวียนในบริษัทหรือองค์กรได้ ส่วนมากมักนิยมใช้กันในบรรดาผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลาย อีกทั้งยังสามารถสั่งจ่ายเช็คได้ในวงเงินที่ไม่จำกัดอีกด้วย
  – สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ทั้งผู้สั่งจ่ายเช็คและผู้รับเช็ค เป็นการสร้างเครดิตที่ดีอย่างหนึ่ง
  – ช่วยให้การซื้อ-ขายที่เป็นเครดิตทำได้ง่ายขึ้น อย่างการออกเช็คสั่งจ่ายไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้งานได้มากขึ้น โดยหากงานไม่เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้เราก็สามารถสั่งการอายัดเช็คได้ ทำให้เกิดการเจรจาก่อนสั่งจ่ายจริงได้อย่างง่าย
  – สำหรับการค้ำประกันเงินกู้ อย่างเช่น กรณีหมุนเวียนเงินไม่ทัน หรือจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน สามารถขอกู้ยืมเงินสดพร้อมนำเช็คสั่งจ่ายล่วงหน้าไปเพื่อค้ำประกันไว้ก่อนก็นับเป็นอีกจุดเด่นของการฝากเงินแบบบัญชีกระแสรายวันนี้

ดังนั้น หากเรามีธุรกิจหรือประกอบกิจการใดๆ การฝากเงินแบบบัญชีกระแสรายวันเรียกว่าเหมาะมากๆ เพราะทั้งสะดวก ง่าย และมีความปลอดภัยสูงนั่นเอง

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิ๊ก!!

บทความโดย: https://www.prosoftibiz.com

 1572
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสลักหลังเช็ค เราสามารถทำได้กี่แบบ แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
การปิดงบการเงินแบบ normal อาจจะเป็นเรื่องไม่ normal อีกต่อไป ตั้งแต่มี Covid-19 เข้ามา แทบจะทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด เริ่มตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และแน่นอนว่าผลกระทบเหล่านี้ย่อมต้องสะท้อนออกมาในงบการเงินอย่างถูกต้องและเหมาะสมเช่นกัน ก่อนจะปิดบัญชีปีนี้มีจุดเสี่ยงสำคัญอะไรในงบการเงินบ้างที่นักบัญชีต้องเรียนรู้ เราขออาสาพาทุกท่านมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลย ในบทความนี้ค่ะ
การบริหารธุรกิจที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาที่ดีของผู้บริหารเท่านั้นแต่ยังขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและทันเวลา ซึ่งการพินิจพิจารณาของผู้บริหารจะต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ด้วยบันทึกภายใน บันทึกเกี่ยวกับการเกิดรายได้ของธุรกิจอาจจะรวมถึงข้อมูลที่ว่าใครคือผู้ที่ซื้อสินค้า ซื้อเป็นจำนวนเท่าใดทั้งในรูปของปริมาณและจำนวนเงิน และเมื่อใดที่เกิดการซื้อขึ้น สำหรับ SMEs ข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำไปใช้เพื่อระบุถึงลูกค้าที่สำคัญและรูปแบบการซื้อของพวกเขา 
วงจรธุรกิจ คือ กระบวนการผลิตเงินสด โดยในขั้นแรกเงินสดจะแปรสภาพอยู่ในรูปของวัตถุดิบ จากนั้นเมื่อผ่านกระบวนการต่าง ๆ ก็จะเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น แล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นสินค้าและขายสินค้าที่ผลิตออกมาสำเร็จให้กับลูกค้า เปลี่ยนเป็นยอดขายค้างรับ จากนั้นเมื่อเก็บเงินได้ ก็จะถูกโอนไปยังบัญชีธนาคาร แล้วกลับมาเป็นเงินสดอีกครั้งหนึ่ง เป็นอันว่าครบหนึ่งวงจร
ภ.ง.ด.50 และ ภ.พ.30 เป็นการรับรู้รายได้ที่แตกต่างกัน โดยส่วนมากตาม ภ.ง.ด.50 หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT: Corporate Income Tax) จะรับรู้รายได้ตามเกณฑ์คงค้าง ส่วนภ.พ. 30 (VAT) เป็นการรับรู้รายได้ตาม Tax Point ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการรับรู้ของภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ และประเภทรายได้ที่เกิดขึ้นด้วยตามตัวอย่างที่แสดงให้ดูในตารางสรุปด้านล่าง ดังนี้
การยื่นภาษีและภาษีที่ต้องเสียแต่ละประเภท เมื่อเกิดความล่าช้าหรือเกินกำหนด จะมี "เบี้ยปรับ" และ "เงินเพิ่ม" แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีค่าปรับทางอาญาด้วย โดยสามารถอธิบายเจาะลึกได้ดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์