ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดจิ๋ว

ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดจิ๋ว


คณะกรรมการกำหนดแนวปฏิบัติทางการบัญชีและมาตรฐานการบัญชีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ได้แก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทยได้ร่วมกันเผยแพร่ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดย่อมโดยเน้นไปที่ธุรกิจที่มีขนาดเล็กมาก หรือ ธุรกิจขนาดจิ๋ว

       กล่าวคือ ระบบบัญชีที่เผยแพร่นี้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและไม่ต้องอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

       กลุ่มของธุรกิจที่ไม่ต้องอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้แก่ธุรกิจทั่วไปที่มีรายรับไม่เกิน 1 ล้าน 2 แสนบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีรายได้จากการขายไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน นั่นเอง

       ระบบบัญชีที่สมาคมนักบัญชีฯ นำมาเผยแพร่ให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดจิ๋วหรือธุรกิจขนาดย่อมที่เข้าข่ายดังกล่าวนี้เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีความง่ายและสะดวกในการใช้งานเบื้องต้นจึงมีรูปแบบที่สามารถพัฒนาเพื่อให้เข้าสู่ระบบบัญชีตามมาตรฐานสากลต่อไปได้โดยง่าย

       เป็นแนวความคิดที่ต้องการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางการบริหารจัดการธุรกิจให้กับบรรดาเอสเอ็มอีไทยเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป

       ระบบบัญชีดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำบัญชีด้วยมือและมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์มารองรับเพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถทำบัญชีให้ง่ายขึ้นโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วย

ตัวอย่างของระบบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดจิ๋วที่เป็นบุคคลธรรมดาประเภทธุรกิจการค้าหรือธุรกิจแบบซื้อมาขายไปจะครอบคลุมกิจกรรมในการทำธุรกิจ

โปรแกรมบัญชี ฟังก์ชั่น ที่ตอบโจทย์สำนักงานบัญชี นักบัญชี


บทความโดย :  nationejobs
 1178
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้าง (Wages) และเงินเดือน (Salaries) ที่กิจการจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ในการจ่ายค่าจ้างอาจจ่ายเป็นรายชั่วโมง (Hourly) รายวัน (Daily) หรือตามหน่วยที่ผลิตได้ (Piecework) ส่วนเงินเดือนมักจะจ่ายเดือนละครั้ง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ต้องคำนวณกำไรสุทธิ จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจาก กิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ซึ่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งๆ ไว้ดังนี้ 
เงินสดย่อยกับเงินกู้ยืมกรรมการมีความคล้ายกันตรงที่เป็นเงินของกิจการที่คนในกิจการต้องการนำเงินไปใช้จ่ายต่างๆ เหมือนกันทั้งคู่ แต่หากกิจการเกิดมีบัญชีเงินกู้ยืมกรรมการขึ้นมาจะไม่เป็นผลดีต่อกิจการ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วคนที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการใหม่ๆ จะหลีกเลี่ยงอย่างไรได้บ้าง ในบทความนี้จะขอเปรียบเทียบหน้าที่ของเงินทางบัญชีทั้งสองแบบนี้ว่าต่างกันอย่างไร
การดำเนินธุรกิจใดก็ตามมีจุดประสงค์ร่วมกันอยู่หนึ่งอย่างคือ แสวงหากำไรหรือรายได้รายได้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าก็เป็นส่วนประกอบหนึ่ง ในปัจจุบันผลผลิตของบริษัทแบ่งเป็นสองประเภทคือการขายสินค้าและการให้บริการ ซึ่งการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการจัดการสินค้าตั้งแต่การสั่งซื้อจนไปถึงการ ขายออกไปจำเป็นต้องอาศัยข้อสันนิษฐาน เพราะจำนวนสินค้าเข้าออกในแต่ละบริษัทมีจำนวนมาก และหากบันทึกสินค้าทุกชิ้นย่อมทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง และประโยชน์ที่ได้รับก็อาจยังไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้อีกด้วย
การบัญชีที่เกี่ยวกับสินค้าและการจัดเก็บสินค้ามีความ สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับรายการบัญชีประเภทอื่น ยกตัวอย่างเช่น บริษัท นกช้าง จำกัด มี การนำวัตุดิบและแรงงานทางตรงเข้าสู่ระบบการบัญชีสินค้าและการจัดเก็บสินค้า บริษัทฯก็ควรทราบว่าต้องมีฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ใบเสร็จรับเงิน จริงๆ แล้วคือเอกสารที่ใช้ในการรับเงินจากผู้ขายหรือผู้ให้เช่าออกใบเสร็จนี้ให้กับผู้ซื้อ เพื่อเป็นเอกสารยืนยันว่าผู้ขายหรือผู้ให้เช่านั้นได้รับเงินแล้ว การออกใบเสร็จรับเงินเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะตามกฎหมายแล้วกำหนดไว้ว่าให้ผู้รับเงิน ต้องออกใบเสร็จให้กับผู้ขายทันที เมื่อมีการรับเงิน โดยไม่เว้นแต่กรณีที่ผู้ซื้อจะขอหรือไม่ขอก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากเป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็ก อาจจะไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ซื้อทุกครั้ง แต่ทางกรมสรรพากรได้กำหนดไว้ว่าต้องออกใบเสร็จรับเงินต่อเมื่อมีการขายสินค้าที่มีจำนวนเงินเกิน 100 บาท/ต่อครั้ง

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์