เลือกใช้ โปรแกรมเงินเดือน หรือ โปรแกรมบัญชี ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

เลือกใช้ โปรแกรมเงินเดือน หรือ โปรแกรมบัญชี ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

เลือกใช้ โปรแกรมเงินเดือน หรือ โปรแกรมบัญชี ให้เหมาะกับธุรกิจคุ

ในปัจจุบัน การบริหารจัดการทางด้านต่อการจัดการการเงินและด้านทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในธุรกิจ และในยุคดิจิตอลนี้ ก็มี software มากมาย ที่เป็นตัวเลือกให้ธุรกิจได้ตัดสินใจเลือกใช้ เพราะแต่ละโปรแกรมก็มี Features แตกต่างกันออกไป หรือบางโปรแกรมก็สามารถทำให้ทั้งสองโปรแกรมนี้ทำงานร่วมกันได้ แล้วจะเลือก โปรแกรมเงินเดือน หรือ โปรแกรมบัญชี อย่างไรให้เหมาะสมธุรกิจของตัวคุณเองล่ะ?  เรามาดูแนวทางกันดีกว่าค่ะ

เข้าใจหน้าที่ของโปรแกรมเงินเดือนและโปรแกรมบัญชี

  • โปรแกรมเงินเดือน (Payroll Software): ใช้ในการจัดการและคำนวณเงินเดือนของพนักงาน รวมถึงการคำนวณค่าล่วงเวลา คำนวณวันลา คำนวณเวลาเข้า-ออกของพนักงาน การหักภาษี และสวัสดิการต่างๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้การจ่ายเงินเดือนเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความผิดพลาดจากการคำนวณ
  • โปรแกรมบัญชี (Accounting Software): เน้นการบันทึกธุรกรรมการเงินทั้งหมดของธุรกิจ ตั้งแต่ รายรับ รายจ่าย การออกบิล การชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการจัดการงานด้านเอกสารทางบัญชี การขาย จัดซื้อ สต็อกสินค้า ไปจนถึงบัญชีการเงิน และงานทางด้านภาษี สร้างรายงานการเงินเพื่อให้เจ้าของธุรกิจมีข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจ

ธุรกิจของคุณต้องการโปรแกรมไหนก่อน

  • สำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ที่มีพนักงานน้อย การเริ่มต้นด้วยโปรแกรมบัญชี (แบบออนไลน์) อาจเป็นสิ่งที่ควรทำก่อน เพราะจะช่วยให้จัดการการเงินและการบันทึกบัญชีได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้หากมีพนักงานไม่มาก อาจยังไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเงินเดือนเต็มรูปแบบ
  • สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานจำนวนมาก เช่น ธุรกิจโรงงาน โรงแรม หรือบริษัทที่มีหลายสาขา โปรแกรมเงินเดือนจะช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดในการจ่ายเงินเดือน และช่วยในการเก็บข้อมูลการทำงานของพนักงานให้เป็นระบบ เพราะปัจจุบันโปรแกรมเงินเดือนส่วนใหญ่จะออกแบบมาเพื่อให้รองรับการทำงานแบบ Multi Company และ Multi Branches ให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้หลายบริษัทในระบบเดียว ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมเงินเดือน Prosoft HRMI แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็สามารถเลือกใช้โปรแกรมสำเร็จบัญชีสำเร็จรูป เช่น โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed ได้
โปรแกรมเงินเดือน Prosoft HRMI

ประโยชน์ของการใช้โปรแกรมทั้งสองร่วมกัน

  • หากธุรกิจของคุณเติบโตและต้องการความเป็นระบบทั้งในด้านการเงินและการบริหารทรัพยากรบุคคล การใช้โปรแกรมทั้งสองร่วมกันจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเชื่อมข้อมูลค่าใช้จ่ายเงินเดือนเข้ากับโปรแกรมบัญชี ทำให้สามารถรายงานการเงินและการจ่ายภาษีได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
  • หลายโปรแกรมเงินเดือนและโปรแกรมบัญชีในปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ ทำให้ลดความยุ่งยากในการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนและเพิ่มความถูกต้องในการบันทึกข้อมูล

ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมองหา

  • โปรแกรมเงินเดือน: การคำนวณเงินเดือน ค่าแรง ภาษี ประกันสังคม ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทั้งการจัดการภาษีและสวัสดิการ การบันทึกเวลาเข้างาน การขาด ลา มาสาย การคิด OT รองรับการทำงานแบบกะงานปกติ และแบบ Flexible Time ได้ โปรแกรมเงินเดือนที่ดี ควรมีครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน ครอบคลุมทุกเรื่องงาน HR 
  • โปรแกรมบัญชี: การออกบิล การบันทึกรายรับ-รายจ่าย การติดตามสถานะการชำระเงิน และการสร้างงบการเงิน สามารถยื่นภาษีออนไลน์ ภงด.1,2,3,53, ภพ.30 ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รองรับการทำงานบัญชี-ภาษีตามหลักสรรพากร และควรมีฟีเจอร์ที่สามารถรองรับการทำงานหลากหลายธุรกิจ
 800
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การจะอยู่รอดในวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้นั้น องค์กรจะต้องพยายามรักษาเสถียรภาพกระแสเงินสดของบริษัทให้ได้เพื่อรอดพ้นวิกฤติได้อย่างไร ที่นี่มีคำตอบค่ะ
หน้าที่หนึ่งที่นิติบุคคลต้องทำทุกปีคือ จัดให้มี "ผู้สอบบัญชี" ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของนิติบุคคลวันนี้เราจะมาทำความรู้จักผู้สอบบัญชีกันค่ะ
ภาษีซื้อต้องห้าม! สิ่งสำคัญที่ควรรู้ ถ้าพูดถึงเรื่องภาษีซื้อต้องห้ามแล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมือใหม่บางท่าน อาจจะยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราอย่างไร ซึ่งในบทความนี้จะพูดถึงภาษีซื้อต้องห้ามมีลักษณะอย่างไรรวมถึงบทกำหนดโทษในกรณีที่เรานำภาษีซื้อต้องห้ามมาใช้
หากความสำคัญของงบดุล (Balance Sheet) คือแผนผังแสดงโครงสร้างหลักของกิจการ เพราะเป็นรายงานที่บ่งบอกถึงสภาพความมั่นคงเชิงเปรียบเทียบระหว่างสภาพสินทรัพย์และหนี้สิน งบกำไร/ขาดทุน (Income Statement) ก็คงเปรียบได้กับแผนผังเส้นเลือดของกิจการ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของกิจการทั้งหมดพร้อมแสดงออกมาในรูปกำไรหรือขาดทุนเพื่อบ่งบอกการเติบโตของกิจการ ซึ่งเป็นอีกรายงานทางการเงินที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก
ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำอนุสัญญา ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2505  กับประเทศสวีเดน และได้มีการเจรจาทำอนุสัญญากับต่างประเทศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยโครงสร้างทั่วๆ ไป ของอนุสัญญาประกอบด้วย 4 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้าง (Wages) และเงินเดือน (Salaries) ที่กิจการจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ในการจ่ายค่าจ้างอาจจ่ายเป็นรายชั่วโมง (Hourly) รายวัน (Daily) หรือตามหน่วยที่ผลิตได้ (Piecework) ส่วนเงินเดือนมักจะจ่ายเดือนละครั้ง

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์