เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชีมีอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชีมีอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการ (บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล) และลักษณะงานที่ให้สำนักงานบัญชีดำเนินการ เช่น การจัดทำบัญชีรายเดือน รายปี หรือการยื่นภาษี อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปเอกสารที่ควรเตรียมส่งมีดังนี้


1. เอกสารด้านรายรับ

  • ใบกำกับภาษีขาย / ใบเสร็จรับเงิน
  • ใบส่งของ
  • สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบเสนอราคา (ถ้ามี)
  • รายงานการขายประจำวัน/เดือน (ถ้ามี)
  • รายงานรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น Shopee, Lazada, LINE, Facebook)

2. เอกสารด้านรายจ่าย

  • ใบกำกับภาษีซื้อ / ใบเสร็จรับเงิน / ใบแจ้งหนี้
  • ใบเบิกจ่าย/บิลเงินสด
  • ค่าใช้จ่ายสำนักงาน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก

3. เอกสารด้านการเงินและธนาคาร

  • สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ทุกบัญชีของกิจการ (รายเดือน)
  • รายการรับ-จ่ายเงินสด (ถ้ามีระบบเงินสดย่อย)
  • เอกสารการกู้ยืม (ถ้ามี)

4. เอกสารด้านพนักงาน (ถ้ามีพนักงาน)

  • รายชื่อพนักงาน / ข้อมูลการจ้าง
  • สลิปเงินเดือน
  • เอกสารการจ่ายเงินเดือน / โอนเงิน
  • แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 1, ประกันสังคม, กองทุนเงินทดแทน

5. เอกสารภาษี

  • แบบ ภ.พ.30 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • แบบ ภ.ง.ด.1, 3, 53 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
  • เอกสารแนบของแต่ละแบบ (หนังสือรับรองการหักภาษี)
  • เอกสารชำระภาษีจากกรมสรรพากร (ใบเสร็จ)

6. เอกสารอื่น ๆ

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • ภ.พ.20 (เอกสารจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • สัญญาเช่า / สัญญาว่าจ้าง / ใบอนุญาตต่าง ๆ
  • รายงานสินค้าคงเหลือ (ถ้ามี)

สำนักงานบัญชีบางแห่งอาจมีรายการเช็คลิสต์ให้ลูกค้าเพื่อความสะดวกในการเตรียมเอกสารด้วยคุณต้องการเตรียมส่งเอกสารเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น ปิดงบรายปี หรือทำบัญชีรายเดือน ?

 7238
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักบัญชีเป็นวิชาชีพเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจแบบแยกออกจากกันไม่ได้ ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเป็นต้องมี “ผู้ทำบัญชี”ที่รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจ เพื่อให้มีการแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของธุรกิจที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี พระราชบัญญัติการบัญชีจึงได้มีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ทำบัญชีไว้ชัดเจน โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือธุรกิจ ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด ดังนี้
ทุกๆ ปีของการนำส่งงบการเงิน เมื่อพูดถึงเรื่องการยื่นงบการเงิน นักบัญชีก็ต้องนึกถึงการยื่น บอจ.5 ควบคู่มาด้วย แล้วก็จะมีคำถามต่อว่า แล้ว บอจ.5 คืออะไร ต้องยื่นทำไม ในการทำธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคล ก็จะมีผู้ถือหุ้นหลายคน แล้วแต่ว่าแต่ละกิจการจะตกลงกัน ซึ่งการยื่นบอจ.5 ก็เป็นเหมือนการยืนยันในทุกๆปีว่า รายชื่อผู้ถือหุ้นปัจจุบันนี้ คือใครบ้าง แล้วสัดส่วนหุ้นคนละเท่าไหร่ ก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องนำส่งข้อมูลในทุกๆ ปีค่ะ เราไปดูรายละเอียดกัน
มาทำความรู้จักกับการยื่นภาษี ประเภทต่างๆกันก่อนดีกว่า ผู้เสียภาษีไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ต้องเสียภาษีและต้องกรอกแบบยื่นรายการภาษีเรียกว่า ภ.ง.ด. (ย่อมาจาก ภาษีเงินได้)
SKU ย่อมาจาก Stock Keeping Unit หมายถึง รหัสสินค้าที่ใช้ระบุและจัดการสินค้าแต่ละรายการในระบบสต็อกหรือคลังสินค้า โดย SKU จะไม่ซ้ำกันในแต่ละประเภท/รุ่น/คุณสมบัติของสินค้า
หากความสำคัญของงบดุล (Balance Sheet) คือแผนผังแสดงโครงสร้างหลักของกิจการ เพราะเป็นรายงานที่บ่งบอกถึงสภาพความมั่นคงเชิงเปรียบเทียบระหว่างสภาพสินทรัพย์และหนี้สิน งบกำไร/ขาดทุน (Income Statement) ก็คงเปรียบได้กับแผนผังเส้นเลือดของกิจการ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของกิจการทั้งหมดพร้อมแสดงออกมาในรูปกำไรหรือขาดทุนเพื่อบ่งบอกการเติบโตของกิจการ ซึ่งเป็นอีกรายงานทางการเงินที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก
คำว่า “บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้” คือ ใครก็ตามที่ทำงานและมีรายได้ กรมสรรพากรกำหนดไว้ว่า หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี จะต้องทำการ “ยื่นแบบแสดงรายการภาษี” ไม่ว่ารายได้นั้นจะมาจากเงินเดือน รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน รายได้ที่เป็นปันผลจากการลงทุน ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร รายได้จากการรับจ๊อบเสริม หรือรายได้จากการทำธุรกิจต่าง ๆ โดยกำหนดการยื่นภาษีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์