เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไรดี?

เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไรดี?



เจ้าของกิจการทั้งที่เริ่มใหม่และทำมาระยะหนึ่งแล้ว คงต้องมีสำนักงานบัญชี คู่ใจเอาไว้จัดการเรื่องเอกสาร กฏหมายและปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนภาษี วันนี้เราเลยมีวิธีเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้ใช้ในการ เลือกสำนักงานบัญชีให้ดีและเหมาะสมเพื่อให้ให้เป็นปัญหามากกว่าตัวช่วยขอธุรกิจเราในภายหลัง

1.ติดต่อกันได้ง่าย 

ถ้าเป็นสมัยก่อนผมอาจแนะนำว่าให้หาสำนักงานบัญชี ใกล้ บ้านแต่สมัยนี้การติดต่อสะดวกมาก ทั้ง Line หรือทักแชทเฟซบุ้คไปถามก็ง่ายมากๆ รวมถึงการขนส่ง ก็สบาย KERRY หรือไปรษณีย์ก็ช่วยเรานำเอกสาร ของบริษัทไปให้สำนักงานบัญชีได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการใช้ระบบ Cloud เข้ามาอีก ทำให้บางทีไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารจริง เพียงแค่สแกนแล้วอัพเข้าไปแชร์ให้สำนักงานบัญชี ผ่านอินเตอร์เนตก็ได้

ดังนั้น ความใกล้ – ไกล จึงไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่สิ่งที่ต้องพึ่งได้คือ “การติดต่อได้ง่าย” เพราะเมื่อธุรกิจคุณกำลังจะขยาย หรือมีปัญหาเข้ามา คุณควรปรึกษาสำนักงานัญชีเกี่ยวกับ กฏหมายธุรกิจและช่องทางที่สามารถทำได้

เพราะ นั่นจะทำให้ธรุกิจคุณมีชีวิตที่ง่ายขึ้นมากๆครับ ถ้าเจอสำนักงานบัญชีที่พร้อมช่วยคุณ เมื่อคุณถามไป

2. มีตัวตนเป็นหลักแหล่ง

ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะ หลายครั้งที่ได้ยินลูกค้ามาปรึกษาว่า คนที่ทำบัญชีให้ หายไปไหนไม่รู้ เอกสารและเงินที่โอนไปก็เรียกกลับไม่ได้ นี่เลยเป็นที่มาว่า ทำไมกิจการคุณควรเลือกสำนักงานบัญชี ที่มีตัวตร อาจจะเป็นบริษัท ก็ดี หรือเป็นนักบัญชีอิสระ ก็ต้องมั่นใจว่าเค้ามีตัวตน มีสถานที่ติดต่อได้จริง เพื่อป้องกันเหตุ ได้เงินแล้วไม่ส่งงาน กับกิจการคุณในอนาคตครับ

3. อย่าเลือกสำนักงานบัญชี ที่ใหญ่ มากเกินไป

ข้อนี้ผมแนะนำเพราะเคยเจอตอนตรวจสอบงบการเงิน ของสำนักงานบัญชีใหญ่ๆพบว่า มีความผิดพลาดมากกว่าสำนักงานบัญชีขนาดเล็ก-กลาง ด้วยซ้ำ เพราะตอนที่สำนักงานใหญ่ๆรับลูกค้าใหม่ อาจเกิดจากการที่ ตัวเจ้าของสำนักงานซึ่งอาจมีความรู้ความสามารถระดับเทพ ไปติดต่อหรือช่วยเหลือลูกค้า แต่พอตอนทำงานจริงๆนั้น กลับได้พนักงานในสำนักงานมาทำบัญชีให้ และด้วยความใหญ่ ทำให้ตัวเจ้าของ ไม่มีเวลาที่จะสอบทานถึงความถูกต้อง หรือหาช่องทางที่อาจดีกว่าได้ ซึ่งผิดกับสำนักงานขนาดเล็ก-กลาง ที่คุณสามารถติดต่อกับเจ้าของสำนักงานได้เลย ไม่ผ่านน้องๆพนักงานหน้าใหม่ (น้องๆทำงานดีนะครับ แต่เจ้าของควรมีเวลามาตรวจสอบด้วย) ดังนั้นข้อนี้ผมจึงให้คำแนะนำเล็กๆไว้ ว่าถ้าหาสำนักงานที่ไม่ใหญ่มากได้ ความรอบคอบก็จะมีมากขึ้นครับ

4. ค่าบริการ

สำนักงานบัญชีที่ราคาถูกแบบผิดปกติ จะต้องมีอะไรซักอย่างซ่อนเร้น เช่น การเก็บเงินที่ยิบย่อย ค่าแฟ้ม ค่ากระดาษ ค่าไปยื่นแบบ และที่สำคัญบางสำนักงานค่าทำบัญชีรายเดือนถูก ค่าปิดงบ ค่าสอบบัญชี แทบร้องขอชีวิต ในส่วนนี้ให้เราขอราคาค่าบริการแบบรวมครบทุกอย่างจะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อได้ ให้เลือกสำนักงานบัญชีที่ราคาปานกลาง หรือแพงขึ้นมาหน่อย(แบบมีเหตุผล) เพราะสำนักงานบัญชีเหล่านี้จะมีสัดส่วนการรับงานที่ไม่ล้นมือ เมื่อเทียบกับสำนักงานบัญชีที่คิดค่าบริการถูก

5.ประสบการณ์

สำนักงานแต่ละแห่งจะมีความเชี่ยวชาญประเภทธุรกิจที่แตกต่างกันไป ยิ่งในสมัยนี้การค้าขายมีหลายรูปแบบ ถ้าสำนักงานบัญชีไม่เคยมีประสบการณ์อาจจะทำบัญชีให้เราผิดได้ เสี่ยงโดนสรรพากรปรับได้ ธุรกิจที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เช่น ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก, ขายสินค้าผ่านตัวแทนเช่น Lazada, รับเหมาก่อสร้าง, Shipping ในการคุยกับสำนักงานบัญชีให้ลองคุยลองสอบถามกับคนที่จะบันทึกบัญชีให้เราโดยตรงด้วย เพราะบางครั้งเจ้าของสำนักงานเก่งมากเป็นผู้สอบบัญชี แต่ในการบันทึกบัญชีให้ลูกค้าเป็นพนักงานทั่วไปซึ่งอาจจะไม่ได้มีความรู้ก็ได้ สำนักงานบัญชีที่มีผู้สอบบัญชีเป็นเจ้าของจะมีข้อดีตรงมีความรู้หลากหลายธุรกิจเพราะประสบการณ์ตรวจสอบเยอะ แต่ส่วนใหญ่ผู้สอบบัญชีจะไม่ค่อยรับทำบัญชีเพราะงานมันจุกจิกและค่าตอบแทนน้อยครับ

โปรแกรมบัญชี ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สำนักงานบัญชี นักบัญชี!


ที่มา : onesiri-acc.com

 1300
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างการคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542
โดยทั่วไปผู้มีเงินได้ต้องนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภทของตน ตลอดปีภาษี (ไม่รวมเงินได้ที่กฎหมายยกเว้นภาษี หรือที่ไม่ต้องเสียภาษี) ไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่มีเงินได้ การคำนวณภาษีให้ทำเป็น 3 ขั้น คือ
นักลงทุนควรที่ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในงบการเงินของกิจการ โดยนักลงทุนจะต้องทราบถึงความสำคัญของงบการเงิน ว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะข้อมูลในงบการเงินของแต่ละกิจการนั้น จะสามารถบ่งชี้ให้เราทราบถึงโอกาสในการลงทุนโดยดูจากข้อมูลภายในงบการเงินนั้นๆ งบการเงินของบริษัท ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนต้องการที่จะกล่าวถึง สาระสำคัญของงบการเงินที่นักลงทุนควรที่จะต้องพิจารณา โดยมีด้วยกันอยู่ 2 รายงาน และ 3 งบ ดังนี้
เมื่อกล่าวถึงการเช่าทรัพย์หรือสัญญาเช่าทรัพย์แล้ว ท่านผู้อ่านหลายท่านที่คลุกคลีอยู่กับวงการภาษีอากรคงจะคุ้นเคยกันเป็นประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรอย่างดีทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรนั้นมีหลากหลายมากมายจนอาจกล่าวได้ว่าจำกันไม่ไหวเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีไม่ว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวกรมสรรพากรจะได้มีการวางแนววินิจฉัยไว้แล้วเพียงใดก็ตาม แต่ก็พบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังคงประสบกับปัญหาต่างๆ กันอยู่ไม่น้อย อาจเนื่องมาจากยังขาดความรู้ความเข้าใจในทางปฏิบัติเกี่ยวกับเอกเทศสัญญาเกี่ยวกับเช่าทรัพย์ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรืออาจมีความเข้าใจในประเด็นปัญหาภาษีอากรที่คลาดเคลื่อนไปรวมทั้งในทางปฏิบัติมีการใช้คำว่า “เช่า” ให้ครอบคลุมไปถึงธุรกรรมอื่นที่ไม่ใช่ “เช่า” ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น การเช่าพระเครื่อง การเช่าชั่วโมงอินเทอร์เน็ต การเช่าพื้นที่เพื่อแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นผลทำให้ความเข้าใจในเรื่องของภาษีอากรเกี่ยวกับเอกเทศสัญญาที่เรียกว่า “เช่าทรัพย์” นั้นคลาดเคลื่อนไปด้วย ผู้เขียนจึงได้รวบรวมเอาเรื่องราวอันเกี่ยวกับการเช่าทรัพย์ ทั้งในด้านความเป็นเอกเทศสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และในด้านของภาษีอากร ไม่ว่าจะเป็นกรณีการมีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์ว่าจะต้องมีภาระภาษีอะไรบ้าง เช่น จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และสัญญาเช้าที่ทำกันนั้นต้องติดอากรแสตมป์อย่างไรหรือไม่ รวมทั้งกรณีที่ผู้เช่าได้จ่ายค่าเช่าไปในบางกรณีว่าจะลงเป็นรายจ่ายทางภาษี หรือนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้น (ถ้ามี) ไปใช้ได้หรือไม่อย่างไร
ผู้ตรวจสอบบัญชีมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับบัญชีและรายการทางการเงินของบริษัท โดยเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของบัญชีอย่างเป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ตรวจสอบบัญชีต้องเป็นคนที่มีความรอบคอบ และมีความซื่อสัตย์ เพื่อใช้เป็นหลักในการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ตำแหน่งงานผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นอาชีพยอดนิยมสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาด้านบัญชี
การวางแผนภาษีอากร (Tax Planning) คือ การกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อการปฏิบัติในอนาคตเกี่ยวกับรายการทางการเงิน (Financial Transactions) อาทิ รายการรายได้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ และจำนวนกำไรหรือขาดทุน ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางภาษีอากรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในอันที่จะป้องกันมิให้เกิดปัญหาภาษีอากรไม่ว่าประการใดๆ โดยมุ่งหมายให้การเสียภาษีอากรและการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรขององค์กรเป็นไปโดยถูกต้อง และครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายภาษีอากรกำหนดไว้ และเป็นผลให้จำนวนภาษีอากรที่ต้องเสียนั้น เป็นจำนวนน้อยที่สุดหรือประหยัดที่สุด รวมทั้งใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรสูงสุด ทั้งนี้ โดยไม่อาศัยการทุจริตหลีกเลี่ยงภาษีอากร

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์