หลัก 3 ข้อ เพื่อทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ร้านค้า

หลัก 3 ข้อ เพื่อทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ร้านค้า


ผู้ประกอบการหลายคนอาจเข้าใจว่าการทำบัญชีนั้นมีไว้สำหรับบริษัทใหญ่หรือเพื่อร้านค้าทั่วไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็สามารถทำบัญชีให้กับร้านได้เหมือนกัน ซึ่งการทำบัญชีให้ร้านออนไลน์นั้นนอกจากจะเป็นการสรุปยอดขายและรายจ่ายในทุกๆ เดือนแล้ว ยังช่วยให้เรามีข้อมูลสรุปรายได้ที่ชัดเจนแน่นอนนอกเหนือจากตัวเลขที่ระบบของเว็บไซต์บันทึกเอาไว้อีกด้วย

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าการทำบัญชีให้ร้านค้าออนไลน์นั้นเป็นเรื่องยาก ลองมาดูหลักการ 3 ข้อง่ายๆ สำหรับทำบัญชีให้ร้านค้าออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนี้

1. ทำตารางให้อ่านง่ายและหมั่นบันทึกยอดรับ-จ่ายทุกวัน

การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ คือพื้นฐานสำคัญของการทำบัญชีทุกประเภท หากคุณทำบัญชีด้วยตัวเองอาจเลือกทำตารางในแบบที่เราเข้าใจง่าย เลือกดูข้อมูลได้ง่าย และยิ่งข้อมูลละเอียดเท่าไรก็ยิ่งทำให้เราสามารถสรุปรายการต่างๆ และมองเห็นความเคลื่อนไหวของตัวเลขสถิติของร้านได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้อย่าลืมบันทึกยอดรายรับและรายจ่ายของร้านทุกวันให้เป็นนิสัย เพราะถึงเราจะเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ระบบของเว็บไซต์ทำการบันทึกยอดแบบอัตโนมัติให้อยู่แล้ว แต่ก็ควรจดทุกวันจะดีที่สุด นอกจากนี้ใครที่เปิดร้านแบบเพจเฟซบุ๊คหรือร้านค้าทางช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่ไม่มีการบันทึกยอดรายรับและรายจ่าย ยิ่งต้องหมั่นจดบันทึกและทำบัญชีของร้านให้เป็นนิสัยในทุกๆ วัน ไม่ควรมาจดย้อนหลังเพราะอาจทำให้เกิดความผิดพลาดของข้อมูลและตัวเลขได้

2. ซื่อสัตย์กับการประกอบการและจดบันทึกทุกครั้งที่งบประมาณของร้านมีการเคลื่อนไหว

หลายครั้งที่เจ้าของร้านมักจะชอบหยิบยืมเงินส่วนกลางของร้านไปหมุนเวียนเพื่อใช้ส่วนตัวด้วยเหตุผลต่างๆ เพราะคิดว่านั่นก็คือเงินของคุณ แต่อย่างไรก็ตามการนำเงินงบประมาณของร้านไปใช้อาจทำให้เมื่อถึงเวลาสรุปยอดประจำเดือนหรือประจำปี ตัวเลขรายรับรายจ่ายที่ได้อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว เราจึงต้องทำการจดบันทึกทุกครั้งที่นำเงินออกจากกองกลางของร้านไม่ว่าจะนำไปใช้จ่ายด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หากต้องการทำบัญชีอย่างถูกต้องและครบถ้วน ก็ต้องจดบันทึกรายการต่างๆ ด้วยความซื่อสัตย์ 

3. สรุปยอดบัญชีทุกเดือนและทำสรุปรายปี

การสรุปยอดบัญชีทุกๆ เดือนจะทำให้เรามองเห็นภาพรวมรายรับและรายจ่ายของร้านค้าออนไลน์ของเรา นอกจากนี้ยังทำให้เมื่อถึงเวลาทำสรุปยอดรายปีก็สามารถรวบรวมข้อมูลและทำสรุปได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยสรุปข้อมูลทุกครั้งเมื่อครบกำหนดในแต่ละเดือน

การทำบัญชีให้ร้านค้าออนไลน์นั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแต่ต้องมีการวางระบบที่ดีและใช้ความละเอียดรอบคอบในการจดบันทึกเท่านั้น เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการควรเริ่มทำบัญชีให้ร้านค้า เพื่อให้ให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นระบบระเบียบ และสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินต่างๆย้อนหลังได้อย่างถูกต้อง

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิ๊ก!


ที่มา : LINK

 2051
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรมสรรพากรขยายเวลามาตรการภาษีการใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax) ออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อ 31 ธันวาคม 2565) โดยออกเป็นร่างกฎหมาย รวม 2 ฉบับ สาระสำคัญของร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้
"ใบลดหนี้" และ "ใบเพิ่มหนี้" โดยเอกสารทั้ง 2 ชนิดนี้เราจะใช้เมื่อมูลค่ารายการขายสินค้าหรือให้บริการมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ตกลงกัน จะออกใบเพิ่มหนี้/ใบลดหนี้ได้ ต้องมีการออกใบกำกับภาษีแล้ว (ผู้ออก) ต้องออกใบเพิ่มหนี้ / ใบลดหนี้ ในเดือนที่มีเหตุที่กล่าวมาเกิดขึ้น (ผู้รับ) ต้องนําภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนที่เพิ่ม หรือขาด ไปใช้ในเดือนที่ได้รับ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการทำงานในธุรกิจเป็นอย่างมาก และยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการนำเทคโนโลยี เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีมาก งานบัญชีถือเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารเห็นภาพรวมของธุรกิจ ชี้วัดสุขภาพทางการเงินขององค์กร ว่ามีกำไรขาดทุนมากน้อยเพียงใด ในยุคที่การตัดสินใจของลูกค้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำบัญชีบนกระดาษที่ใช้เอกสารจำนวนมากอาจทำให้ไม่ทันความต้องการ การมีเครื่องมือในการทำบัญชีเป็นตัวช่วยให้งานบัญชี รวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมาก
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้กิจการจำเป็นและจำใจต้อง เปลี่ยนสำนักงานบัญชีใหม่ เรื่องที่สำคัญคือ
เรามาดูตัวอย่างง่ายๆ กันว่า ประเด็นต่างๆเหล่านี้ มีอยู่ในงบการเงินของท่านหรือไม่
การเงินนับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจเราแข็งแรงดีหรือไม่ เราก็สามารถตรวจเช็กได้จากสถานการณ์เงินของบริษัท แต่ผู้ประกอบการโดยส่วนใหญ่อาจจะละเลยและให้ความสำคัญด้านการเงินน้อยกว่าด้านการตลาด เพราะคิดว่าถ้าขายของได้เดี๋ยวเงินก็จะมาเอง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด จริงๆ ผู้ประกอบการควรดูงบการเงินเป็น หรืออย่างน้อยใน 5 ตัวที่ต้องโฟกัสกับมัน

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์