เงินเดือนกรรมการ บริษัทจ่ายเงินให้ในรูปแบบใดได้บ้าง?

เงินเดือนกรรมการ บริษัทจ่ายเงินให้ในรูปแบบใดได้บ้าง?

เมื่อมีการจดจัดตั้งบริษัท (รวมถึงห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) แต่ในที่นี้ขอใช้เพียงคำว่าบริษัท เพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ) ไม่ใช่ว่าเจ้าของจะคิดว่าเงินของบริษัทเป็นของตนเองแล้วจะเอาเงินออกจากบริษิทได้ตามอำเภอใจ

เนื่องจากในทางกฎหมาย เจ้าของ(บุคคลธรรมดา) และ บริษัท(นิติบุคคล) เป็นคนละคนกัน  การที่เจ้าของจะนำเงินออกจากบริษัทได้จึงจะต้องมีที่มีที่ไปชัดเจน ว่าเป็นการจ่ายค่าอะไร เพื่อประโยชน์อะไรแก่บริษัท

วันนี้เราจะมาดูกันว่าเจ้าของจะสามารถนำเงินออกจากบริษัทได้โดยทางใดบ้าง และแต่ละทางมีข้อดี-ข้อเสียทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างไร

1. เงินเดือนกรรมการ ค่าตอบแทนกรรมการ

คำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการมักสงสัยคือ เจ้าของบริษัทสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้มั้ย? 

คำตอบคือ ได้ เพราะตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น บริษัทและเจ้าของเป็นคนละบุคคลกันตามกฎหมาย ดังนั้นเมื่อเจ้าของทำงานให้กับบริษัท บริษัทจึงควรจ่ายค่าตอบแทนให้กับเจ้าของ

เงินเดือนเจ้าของนี้มักเรียกกันว่า เงินเดือนกรรมการ หรือ ค่าตอบแทนกรรมการ

  • เมื่อบริษัทจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าของ เงินเดือนกรรมการที่จ่ายไปนี้บริษัทสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้  ทำให้บริษัทเสียภาษีลดลงสูงสุดถึง 20% (ขึ้นกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท)
  • และในขณะเดียวกัน เงินเดือนนี้ก็จะเป็นเงินได้ของเจ้าของ ซึ่งเจ้าของจะต้องนำไปรวมคำนวณในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 
  • อย่างไรก็ตามหากมีการวางแผนภาษีที่ดี บริษัทสามารถจ่ายเงินเดือนในจำนวนที่ทำให้เจ้าของไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็เป็นได้

2. ค่าบริการ เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าจ้างทำของ

ไม่จำเป็นว่าเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องทำงานประจำกับบริษัท

เจ้าของบางคนอาจจะไม่ได้ขายแรงงานให้บริษัท คือไม่ได้ทำงานประจำให้กับบริษัท แต่อาจจะมาช่วยให้คำปรึกษาบริษัทเป็นครั้งคราว หรือรับผิดชอบทำงานบางอย่างให้สำเร็จ  บริษัทก็สามารถจ่ายเงินให้กับเจ้าของในรูปแบบค่าบริการ หรือ ค่าจ้างทำของได้  โดยการจ่ายเงินในรูปของค่าบริการ หรือ ค่าจ้างทำของ จะต้องหัก ณ ที่จ่าย 3%

  • บริษัทสามารถนำค่าบริการนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ตามจำนวนที่จ่าย
  • เจ้าของจะต้องนำค่าบริการที่ได้รับไปรวมคำนวณเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของด้วย

3. ค่าเช่า

หากบริษัทมีการใช้สินทรัพย์ของเจ้าของ เช่น สำนักงาน, รถยนต์, ที่ดิน, โกดัง บริษัทสามารถจ่ายค่าเช่าให้กับเจ้าของเป็นการตอบแทนได้ โดยการจ่ายค่าเช่า จะต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% 

  • บริษัทสามารถนำค่าเช่าไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ตามจำนวนที่จ่าย ยกเว้นรถยนต์สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ไม่เกินเดือนละ 36,000บาท  ดังนั้นเพื่อประโยชน์ทางภาษีจึงไม่ควรจ่ายค่าเช่ารถยนต์เกินเดือนละ 36,000บาท
  • เจ้าของจะต้องนำค่าเช่าที่เจ้าของได้รับไปรวมคำนวณเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของด้วย

4. โบนัส

บริษัทสามารถจ่ายโบนัสให้กับเจ้าของในฐานะกรรมการได้

  • บริษัทสามารถนำเงินโบนัสที่จ่ายนี้ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้  ทำให้บริษัทเสียภาษีลดลงสูงสุดถึง 20% (ขึ้นกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท)
  • เจ้าของจะต้องนำโบนัสไปรวมเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาของตนเพื่อเสียภาษี ซึ่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราสูงสุดสูงถึง 35% ดังนั้นในการวางแผนภาษี จึงไม่ใช่ดูแค่ว่าโบนัสช่วยลดภาษีบริษัทอย่างเดียว  แต่ต้องวางแผนภาษีโดยคำนึงถึงภาษีส่วนตัวของเจ้าของด้วย
5. เงินปันผล

หากมีกําไรสะสม บริษัทสามารถจ่ายปันผลให้เจ้าของในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทได้  โดยเงินปันผลจะถูกหัก ณ ที่จ่าย 10%

  • แต่เงินปันผลจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท บริษัทไม่สามารถนำเงินปันผลจ่ายไปลดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีได้
  • เจ้าของสามารถเลือกไม่นำเงินปันผลมารวมเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาของตนได้ (คือยอมเสียภาษีที่ 10%)  

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจเลือกวิธีนำเงินออกจากบริษัท

จะเห็นได้ว่าการจ่ายเงินในแต่ละรูปแบบ มีผลทางภาษีหลายแง่มุม หลายมิติที่ต้องพิจารณาใน เช่น

  • อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทได้หรือไม่  จะช่วยลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทได้หรือไม่
  • จะส่งผลให้เจ้าของมีเงินได้เท่าไหร่ และทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามเจ้าของเท่าไหร่

ดังนั้น เพื่อให้การวางแผนภาษีนั้นครบวงจร เจ้าของบริษัทจึงต้องพิจารณาผลกระทบเหล่านี้ในทุกๆมิติประกอบกัน จะตัดสินใจเพียงการดูแค่มิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ ซึ่งสำหรับเจ้าของบริษัทท่านอาจจะไม่คุ้นเคยว่า มีมิติทางบัญชี-ภาษีใดบ้างที่ต้องพิจารณา ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ท่านปรึกษานักบัญชีของท่าน ก่อนจะตัดสินใจทำธุรกรรมใด เพื่อให้มั่นใจว่ารูปแบบที่ท่านเลือกเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับท่าน



ที่มา : Link

 2427
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อช่วยจัดการเรื่องภาษีและบัญชีเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs แต่ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการต้องระวังในการเลือกสำนักงานบัญชี โดยเฉพาะความเสี่ยงที่สำนักงานบัญชีอาจมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์หรือโกงภาษี ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ข้อควรระวังในการจ้างสำนักงานบัญชี
เชื่อว่ามีหลายคนเลยทีเดียวที่คิดว่า ภาษีที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่เป็นภาษีชนิดเดียวกัน เพียงแต่มีคนเรียกให้ต่างกันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาษีทั้งสองชนิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และด้วยความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปนี้เอง ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองต้องจ่ายภาษีอะไรกันแน่ ยิ่งถ้าหากเป็นเจ้าของที่ดิน นายหน้า และเหล่านักอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งต้องแยกให้ออกว่า ระหว่างภาษีทั้งสองประเภทต่างกันอย่างไร ที่สำคัญคือ ภาษีเหล่านี้ใน พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
ในการประกอบธุรกิจ อาจจะมีเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันทางธุรกิจ ทำให้บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นเหล่านี้มักจะถูกบันทึกบัญชี เดบิต ค่าใช้จ่าย และเครดิต หนี้สินหลายท่านจึงมีคำถามในใจว่า แล้วค่าใช้จ่ายเกิดจากการประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ สามารถรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มั้ย หรือจะต้องบวกกลับทางภาษีเวลาที่คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อนที่จะตอบคำถามประเด็นค่าใช้จ่ายทางภาษี อาจจะต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจที่มาที่ไปของรายการนี้ในทางบัญชีกันก่อน
เงินมัดจำ (อังกฤษ: earnest) คือ เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอันมีค่าในตัวซึ่งให้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่าได้มีการทำสัญญากันขึ้นแล้ว และเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญานั้น
ใบเสนอราคา หรือ quotation คือเอกสารสำคัญสำหรับนักขาย และเจ้าเอกสารตัวนี้เองก็น่าจะเป็นอะไรที่นักขายทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นใบเบิกทางไปสู่การปิดดีลการขายเลยก็คงไม่เกินจริงไปนัก อย่างไรก็ตามนักขายจำนวนมากแม้จะรู้ว่าเจ้าใบเสนอราคานั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เมื่อต้องทำเองหลายต่อหลายครั้งหากบริษัทไม่ได้กำหนดมาตรฐานเอาไว้ นักขายเองก็มักจะออกใบเสนอราคาโดยไม่มี standard ที่ตายตัว นอกจากนี้ตัวนักขายเองก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจกับเจ้าใบนี้เท่าที่ควรด้วย
เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านไปนั้น เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่บริษัทห้างร้านหลายแห่ง และถือเป็นส่วนใหญ่ที่ต่างก็มีการจัดงานสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่พนักงานลูกจ้าง มีทั้งการจัดเลี้ยงอาหาร และจับรางวัล แจกของขวัญซึ่งก็เป็นปกติทั่วไปที่ต้องมีคนโชคดีมากที่ได้รับรางวัลใหญ่และก็ต้องมีคนโชคดีน้อยที่ก็จะได้รับรางวัลน้อยกลับบ้านต่าง ๆ กันไป ในที่นี้มีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญมากล่าวถึงกับในเรื่องของการแจกของขวัญให้แก่พนักงานลูกจ้างว่า สำหรับการจัดงานปีใหม่ให้แก่พนักงาน ในกรณีที่นายจ้างได้เขียนระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานระบุไว้แล้วนั้นจะมีประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการบันทึกบัญชีให้สามารถนำส่งภาษีได้ถูกต้องและครบถ้วนต่อไป ดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์