เคล็ดลับการบริหารกระแสเงินสดในภาวะวิกฤต

เคล็ดลับการบริหารกระแสเงินสดในภาวะวิกฤต



การจะอยู่รอดในวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้นั้น องค์กรจะต้องพยายามรักษาเสถียรภาพกระแสเงินสดของบริษัทให้ได้เพื่อรอดพ้นวิกฤติได้อย่างไร ที่นี่มีคำตอบค่ะ

1. ตัดสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้

ในระหว่างนี้อาจจะต้องครอบครองสินทรัพย์เท่าที่จำเป็นเพื่อการอยู่รอด อย่าให้มีกำลังการผลิตว่างเปล่าจากการถือครองสินทรัพย์ที่ใช้ในการผลิต หรือให้บริการเกินความจำเป็น สินทรัพย์ที่ครอบครองอยู่มีค่าใช้จ่ายในการครอบครอง ไม่ว่าการจัดเก็บ ดูแล รักษา หรือภาษี  หากผลตอบแทนไม่คุ้มค่าที่จะเก็บไว้แล้วในระยะยาวอาจจะต้องตัดสินใจตัดไฟแต่ต้นลม แล้วจะรู้ได้อย่างไร  พูดง่ายแต่ทำยาก คือต้องมองไปข้างหน้า แล้วคาดการณ์อนาคตว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในภาพที่วาดไว้ในมุมต่างๆ  และอย่ามองเข้าข้างตัวเอง โลกนี้ช่างโหดร้ายนัก จำไว้

2. อย่าก่อหนี้เพิ่ม ลดหนี้ได้ให้ลด

หนี้ที่มีต้นทุนการเงินสูงให้รีบลดก่อน  เช่น ชำระหนี้คืนด้วยการขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นเพื่อเอากระแสเงินสดมาชำระหนี้ หรืออาจจะต้องยอมเฉือนเนื้อเถือหนัง กัดฟันจ่ายหนี้ไปก่อน แล้วทำตัวสมถะให้ได้มากที่สุด ทำตัวเป็นกบจำศีลเล็กน้อยเพื่อรักษาบาดแผลให้หายดี  คิดง่ายๆ  “ถือสินทรัพย์ไว้ได้ผลตอบแทนน้อยกว่าต้นทุนการเงินของหนี้ที่มีอยู่”

3. เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย

ลดรายจ่ายคือส่วนที่เราใช้เป็นหลักการพื้นฐานในการเพิ่มกำไร หรือเพิ่มกระแสเงินสด แต่การลดรายจ่ายเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์ที่หนักอึ้งนี้  เพราะแม้จะทำตัวสมถะแล้ว แต่กิจการก็ยังต้องมีต้นทุนการดำรงชีพอย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องหารายได้ให้พอกับรายจ่าย  ใครๆ ก็รู้ข้อนี้ แต่การหารายได้ในครั้งนี้ จำเป็นต้องหาช่องทางการหารายได้เพิ่มจากการลงทุน การดำเนินงาน เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปข้อ 1, 2  อาจจะไม่ต้องตัดขายสินทรัพย์ หรือใช้วิธีการบริหาร เจรจาหนี้กับเจ้าหนี้เพื่อรักษาสภาพคล่อง  เพราะหากสามารถหาผลตอบแทนจากรายได้ได้มากกว่าต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ และต้นทุนการเงิน ก็ย่อมอาจจะยอมได้กับการเป็นหนี้

 
สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิ๊ก!!

ขอบคุณที่มา : dharmniti

 865
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

สมุห์บัญชีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จะต้องตรวจสอบอยู่เสมอว่า บัญชีย่อยเจ้าหนี้จะมียอดรวมตรงกับบัญชีคุมยอดเจ้าหนี้การค้า...
สำหรับ "บริษัทจำกัด" ที่มีวันสิ้นรอบปีบัญชี คือ 31 ธันวาคม 2566 จะต้องปิดงบการเงิน ยื่นงบการเงิน และยื่นภาษีบริษัทประจำปี ภายในวันสุดท้ายดังนี้
มาดูในข้อแตกต่างของการจดทะเบียนที่หลายคนสงสัยว่า จดแบบบุคคลธรรมดา กับ จดแบบนิติบุคคล ต่างกันอย่างไร หรือ จะมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ทำความเข้าใจก่อนเริ่มธุรกิจ "ร้านอาหาร" โดยเฉพาะถ้าเปิดเป็นร้านอาหารแบบจริงจัง หรือมีหุ้นส่วนร่วมด้วย จะเสียภาษีรูปแบบบุคคลธรรมได้หรือไม่ หรือควรจดทะเบียนบริษัท แต่ละแบบต้องทำอย่างไร ? แล้วแบบไหนใช้ประโยชน์ทางภาษีได้มากกว่ากัน
คณะกรรมการกำหนดแนวปฏิบัติทางการบัญชีและมาตรฐานการบัญชีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ได้แก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทยได้ร่วมกันเผยแพร่ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดย่อมโดยเน้นไปที่ธุรกิจที่มีขนาดเล็กมาก หรือ ธุรกิจขนาดจิ๋ว

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์