ออดิท ตรวจอะไรบ้าง?

ออดิท ตรวจอะไรบ้าง?


ออดิท (Audit)
หรือการตรวจสอบบัญชี คือกระบวนการที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนด และสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่ผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบ (Audit ตรวจอะไรบ้าง)

1. งบการเงิน (Financial Statements)
  • ตรวจสอบว่างบแสดงฐานะการเงิน, งบกำไรขาดทุน, งบกระแสเงินสด และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่

  • มีการจัดทำงบตามมาตรฐานบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่

2. ระบบควบคุมภายใน (Internal Control)
  • ตรวจสอบระบบควบคุมภายในของบริษัทว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่

  • ป้องกันการทุจริตหรือข้อผิดพลาดได้ดีเพียงใด

3. การทำธุรกรรม (Transactions)
  • ตรวจสอบรายการทางบัญชี เช่น รายรับ รายจ่าย การโอนเงิน การขาย การซื้อ ฯลฯ

  • ตรวจสอบเอกสารประกอบว่ามีความถูกต้องและสอดคล้องกับรายการในบัญชีหรือไม่

4. บัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้ (Receivables and Payables)
  • ตรวจสอบความถูกต้องของยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้

  • ตรวจสอบอายุหนี้ การตั้งสำรองหนี้สูญ ฯลฯ

5. สินทรัพย์ (Assets)
  • ตรวจสอบการมีอยู่จริงของสินทรัพย์ เช่น สินค้าคงคลัง อาคาร เครื่องจักร ฯลฯ

  • ตรวจสอบการบันทึกค่าเสื่อมราคา การประเมินมูลค่าสินทรัพย์

6. ภาษี (Tax)
  • ตรวจสอบการยื่นภาษีต่าง ๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • ตรวจสอบว่าองค์กรมีการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

7. การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure)
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลในงบการเงินมีการเปิดเผยครบถ้วนตามข้อกำหนด เช่น หนี้สินที่มีภาระผูกพัน ฯลฯ

ผลลัพธ์จากการออดิท

ผู้สอบบัญชีจะออก รายงานการสอบบัญชี (Audit Report) ซึ่งแสดงความเห็นว่าข้อมูลทางการเงินของกิจการ:

  • ถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่

  • มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความต่อเนื่องของกิจการหรือไม่

  • มีข้อบกพร่องในระบบควบคุมภายในหรือไม่

 702
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในปัจจุบันสายงานตรวจสอบบัญชีได้รับความนิยมจากผู้ที่จบการศึกษาด้านการบัญชีและเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากกฎหมายระบุว่าให้งบการเงินของทุกบริษัทจะต้องผ่านการรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีหรือ Certified Public Accountant (CPA)
ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานของรัฐบาล หรืออื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งบุคคลที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีเหล่านี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีในทิศทางที่แตกต่างกัน เช่น ผู้บริหารต้องการแสดงผลการดำเนินงานที่มีกำไรน้อยกว่าความเป็นจริงหรือขาดทุน เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรรพากรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีก็ต้องการให้แสดงข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพัฒนาประเทศต่อไป
ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่างแทนภาษีการค้าที่ถูกยกเลิก ภาษีธุรกิจเฉพาะเริ่มใช้บังคับใน พ.ศ.2535 พร้อมกันกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
เอกสารประกอบการบันทึกค่าใช้จ่ายแบบไหนที่ไม่สามารถใช้ได้
ใบเสร็จรับเงิน จริงๆ แล้วคือเอกสารที่ใช้ในการรับเงินจากผู้ขายหรือผู้ให้เช่าออกใบเสร็จนี้ให้กับผู้ซื้อ เพื่อเป็นเอกสารยืนยันว่าผู้ขายหรือผู้ให้เช่านั้นได้รับเงินแล้ว การออกใบเสร็จรับเงินเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะตามกฎหมายแล้วกำหนดไว้ว่าให้ผู้รับเงิน ต้องออกใบเสร็จให้กับผู้ขายทันที เมื่อมีการรับเงิน โดยไม่เว้นแต่กรณีที่ผู้ซื้อจะขอหรือไม่ขอก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากเป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็ก อาจจะไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ซื้อทุกครั้ง แต่ทางกรมสรรพากรได้กำหนดไว้ว่าต้องออกใบเสร็จรับเงินต่อเมื่อมีการขายสินค้าที่มีจำนวนเงินเกิน 100 บาท/ต่อครั้ง

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์