D-MyTax คืออะไร? ทำไมต้องใช้?

D-MyTax คืออะไร? ทำไมต้องใช้?



D-MyTax คือ ระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนจากหน่วยงานต่างๆ มาไว้ในระบบออนไลน์ จุดเด่น คือ 

1.ลดความยุ่งยาก ไม่ต้องกรอกข้อมูลเองทั้งหมด ระบบจะดึงข้อมูลที่สรรพากรมีอยู่แล้วมาโชว์ให้เห็น

2.เช็กได้ทันที รู้เบื้องต้นว่าปีนี้เรามีรายได้เท่าไหร่ มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง และ "ต้องจ่ายเพิ่ม" หรือ "ได้เงินคืน"

วิธีใช้ D-MyTax เช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษี

โดยวิธีเช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษีนั้น เราสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลือกเมนู My Tax Account และ Login ด้วยระบบ Digital ID (เช่น แอปฯ ThaID หรือ NDID) เพื่อความปลอดภัย เมื่อเข้าไปแล้วให้ไล่เช็ก 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. ตรวจสอบรายได้ (Income) ระบบจะแสดงรายได้จากเงินเดือน หรือรายได้จากการจ้างงานอื่นๆ ที่นายจ้างนำส่งข้อมูล

อย่างไรก็ดี ข้อควรระวัง  ช่วงต้นเดือนมกราคม ข้อมูลอาจยังไม่ครบ เพราะนายจ้างมีกำหนดส่งข้อมูลเงินเดือน/ค่าจ้าง ภายในวันที่ 15 ก.พ. หากเช็กแล้วยังไม่ขึ้น ไม่ต้องตกใจ ให้รอช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ข้อมูลจะนิ่งที่สุด

2. ตรวจสอบค่าลดหย่อนต่างๆ  ระบบจะดึงข้อมูลจากปีที่เราเคยยื่นครั้งก่อนมาปรากฏให้เห็น แต่นี่คือจุดที่ "ต้องระวังที่สุด" เพราะข้อมูลนี้เป็นการอ้างอิงอดีต หากสถานะเปลี่ยนเราต้องแก้ไขเอง

ตัวอย่าง 

หากปีที่แล้วเราลดหย่อนได้แค่ค่าดูแลคุณพ่อที่ไม่มีรายได้ แต่ปีนี้คุณแม่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ระบบอาจจะยังไม่เพิ่มชื่อคุณแม่ให้โดยอัตโนมัติ เรามีหน้าที่ต้องกรอกเพิ่มเองในขั้นตอนการยื่นแบบ 

3. การออม การลงทุน และประกันชีวิต ข้อมูลกลุ่ม RMF, Thai ESG ,Thai ESGX รวมถึงเบี้ยประกันชีวิต มักจะถูกส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติหากเรากดยินยอม (Consent) ให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทประกันส่งข้อมูลให้สรรพากร

แต่หากข้อมูลยังไม่ขึ้น แต่เรามีเอกสารในมือแล้ว สามารถกรอกตัวเลขเองได้เลยในขั้นตอนการยื่นแบบ ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบบอัปเดต

4. สิทธิลดหย่อนพิเศษ (เช่น Easy e-Receipt 68) สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะปี ข้อมูลมักจะเริ่มแสดงผลแล้ว ให้ลองตรวจสอบยอดรวมว่าตรงกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่เราได้รับหรือไม่

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ "ตรวจสอบ" แต่อย่า "เชื่อ" ทั้งหมด

แม้ D-MyTax จะสะดวกสบายแค่ไหน แต่กูรูด้านภาษีหลายท่านย้ำเตือนว่า "อย่าเพิ่งกดตกลงยื่นภาษีทันทีที่เห็นตัวเลขในระบบ"

เหตุผลคือ D-MyTax เป็นเพียงเครื่องมือ "ช่วยตรวจสอบ" เท่านั้น แต่ความรับผิดชอบในการยื่นภาษีให้ถูกต้องและครบถ้วนเป็นของ "ผู้เสียภาษี" 100% หากระบบดึงข้อมูลมาไม่ครบ หรือดึงมาผิด (เช่น ลืมรายได้เสริมบางอย่าง) แล้วเรากดยื่นไปทั้งอย่างนั้น หากถูกตรวจพบย้อนหลัง เราจะไม่สามารถอ้างได้ว่า "ก็ในระบบมันโชว์แบบนี้"

สรุปไทม์ไลน์การยื่นภาษีปี 2568 (ที่ต้องยื่นในปี 2569)

เพื่อให้ไม่พลาดสิทธิและไม่ต้องเสียค่าปรับ

  • ยื่นแบบกระดาษ: ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
  • ยื่นแบบออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์สรรพากร หรือแอปฯ RD Smart Tax ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569

สรุปแล้ว การใช้ D-MyTax ช่วยให้เราเห็น "ภาพกว้าง" ของภาษีตัวเองได้เร็วขึ้น ช่วยให้คำนวณได้คร่าวๆ ว่าจะเหลือเงินไปใช้สอยหรือต้องเตรียมเงินไว้จ่ายภาษีเพิ่มเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ ก็อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเองอีกครั้งก่อนกดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อการเสียภาษีที่ถูกต้องและสบายใจที่สุดนั่นเอง 



ที่มา : กรมสรรพากร 

 219
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานของรัฐบาล หรืออื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งบุคคลที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีเหล่านี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีในทิศทางที่แตกต่างกัน เช่น ผู้บริหารต้องการแสดงผลการดำเนินงานที่มีกำไรน้อยกว่าความเป็นจริงหรือขาดทุน เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรรพากรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีก็ต้องการให้แสดงข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพัฒนาประเทศต่อไป
ใครที่เป็นนักบัญชีคงรู้ว่า ในหน้าที่การงานที่เกี่ยวกับบัญชีที่ตนรับผิดชอบอยู่นั้นจะพบว่าต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายๆฉบับอย่างไม่น่าเชื่อ ที่ใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็น (๑) ประมวลรัษฎากร กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ตามมาด้วย (๒) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะในบรรพ 3 ในหมวดว่าด้วย “บริษัท” (๓) พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (๔) พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (๕) พระราชบัญญัติประกันสังคม และ (๖) พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ที่เรียกกันสั้นๆว่ากฎหมายแรงงาน)
ค่าเบี้ยประกันสามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อน สำหรับยื่นแบบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ แต่ไม่ใช่ว่าเบี้ยประกันจากกรมธรรม์ทุกประเภทจะนำมาขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เสมอไป จะต้องเป็นกรมธรรม์ตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สำหรับผู้เสียที่ต้องการใช้สิทธิในส่วนนี้ ต้องทำความเข้าใจถึงค่าเบื้ยประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยแยกตามประเภทของเบี้ยประกันดังนี้
VES หรือ VAT for Electronic Service เป็นระบบที่กรมสรรพากรได้จัดทําขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับธุรกิจไอทีข้ามชาติที่ให้บริการ e-Service จากต่างประเทศ ซึ่งต้องมาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ให้สามารถทําธุรกรรมภาษีผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่การจดทะเบียน การยื่นแบบการชําระภาษี การจัดทําเอกสาร การรับเอกสาร และการส่งเอกสาร ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในงวดบัญชีปัจจุบันแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้จ่ายเงินจึงยังไม่ได้บัญทึกบัญชี เช่น ค่าแรงงานค้างจ่าย เงินเดือนค้างจ่าย ดอกเบี้ยค้างจ่าย เป็นต้น กิจการจึงจำเป็นต้องปรับปรุงบัญชีโดยเพิ่มค่าใช้จ่ายของงวดบัญชีปัจจุบันแล้วตั้งเป็นหนี้สินไว้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์