อาชีพหลังเรียนจบสาขาบัญชี ผู้ทำบัญชี VS ผู้ตรวจบัญชี

อาชีพหลังเรียนจบสาขาบัญชี ผู้ทำบัญชี VS ผู้ตรวจบัญชี



ถ้าคุณจบปริญญาตรี สาขาบัญชีมา  โดยทั่วไปจะสามารถเลือกเข้าทำงานในบริษัทได้หลายรูปแบบ จะเลือกทำงานในบริษัทที่เป็นผู้ผลิต หรือผู้ขายก็ได้  หรือจะเลือก หางานบัญชีบริษัทตรวจสอบบัญชีก็ได้ ทั้ง 2  กรณีนี้จะมีรูปแบบการทำงานแตกต่างกัน

ผู้ทำบัญชี VS ผู้ตรวจบัญชี

ถ้าคุณเลือกทำงานในบริษัทเป็นผู้ทำบัญชี  คุณจะรู้เรื่องตั้งแต่เริ่มต้นของการบันทึกข้อมูลรายการซึ้อขายที่เกิดขึ้นของบริษัท จ่ายเงินรับเงิน ดูความถูกต้องของเอกสาร ฯลฯไปจนกระทั่ง สามารถปิดงบการเงินได้  เสนอผู้บริหารได้  แต่ข้อมูลที่ทำออกมาจะเป็นไปตามเอกสารที่มีอยู่ทั้งหมด  ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องรับผิดชอบ

แต่ถ้าทำงานในบริษัทตรวจสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) ก็จะมีแบบฟอร์มมาตรฐาน กำหนดให้ตรวจสอบว่าจะต้องทำอย่างไร  จะดูข้อมูลการบันทึกบัญชีที่จะทำการตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร ตรวจสอบจำนวนเงินที่รับมา-จ่ายไป ตรวจดูเช็คเงินสด เพื่อสอบยอดเงิน ลายเซ็นการขีดฆ่า และวันที่สั่งจ่ายเข้าบัญชีเงินสด เพื่อพิสูจน์ยอดของการบันทึกบัญชีนั้น ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีภาษีอากร

หลังตรวจสอบเสร็จ พิสูจน์ยอดงบการเงินลงตัวแล้ว  ก็เสนอเรื่องให้ผู้จัดการบริษัทรับทราบ  แล้วก็เสนอให้หัวหน้าของคุณบันทึกแสดงความเห็นต่องบการเงินนั้น

จะเห็นได้ว่า การทำงานทั้ง 2 กรณีนี้  จะแตกต่างกัน  แต่สุดท้ายก็จะไปพบกันที่จุดปลายทางตอนปิดงบประจำปี

ถ้าคุณต้องการความก้าวหน้า  ก็แนะนำว่าให้เลือกทางเดินไปสมัครในบริษัทตรวจสอบก่อน แล้วฝึกงานตรวจสอบจนครบชั่วโมง  แล้วก็ไปสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี สอบ CPA ให้ผ่าน (CPA คือ Certified Public Accountant ที่รับรองความเป็น Professional ในสายงานตรวจสอบ) เก็บชั่วโมงการทำงานให้ครบ 3000 ชม.(ประมาณ 3 ปี) แล้วคุณจะเรียกเงินเดือนได้สูงกว่าระดับพนักงานบัญชีทั่วไป ซึ่งจะต่างกันมากกว่า 5000 เลยทีเดียว

ถ้าจะพูดถึงสุดยอดปรารถนาในสายงานบัญชี ปัจจุบันนี้คือ Big 4 ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ให้บริการตรวจสอบบัญชีและให้คำปรึกษาทางธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 4 บริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย

  • Deloitte ชื่อเต็มคือ Deloitte Touche Tohmatsu
  • Ernst & Young ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น EY
  • KPMG ชื่อเต็มคือ Klynveld Peat Marwick Goerdeler
  • PwC ชื่อเต็มคือ Price waterhouse Coopers

ส่วนใครที่คิดว่า BIG4 เข้ายากนั้น ไม่จริงครับ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการหางานบัญชีคืองานวิชาชีพเฉพาะ คนกลุ่มนี้จบสถาบันอะไรก็ได้ที่สอนบัญชีโดยตรง แต่ความสำคัญมีสองเรื่อง คือ หนึ่งคือต้องมี certificated ติดตัว เพราะตัวนี้จะบอกว่าคุณมีความสามารถและประสบการณ์ระดับไหน

อย่างที่สองคือภาษา เพราะงานบัญชีเหมือนกับใช้แต่ตัวเลข แต่จริง ๆ การเข้าถึงลูกค้า ภาษาสำคัญมาก ถ้าคุณมีทั้งสองอย่างรับรองว่าสามารถเข้าไปทำงานได้แน่นอน (ถ้าทำข้อสอบกับสอบสัมภาษณ์ผ่านนะ)

อาจจะฟังดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าเนื่องจากประสบการณ์การทำงานที่จะได้รับกับบริษัทชื่อเสียงดีระดับโลก ระบบบการดำเนินงาน การฝึกอบรม โอกาสในการทำงานในระดับ regional และ global ที่มีมาตราฐานสูง โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสร้าง profile ที่ดีให้กับตัวเองในอนาคต มีเพื่อนร่วมงาน สังคมที่ดี มีเงินเดือนและสวัสดิการระดับสูง

หรือจะลองเข้าบริษัทใหญ่ๆพวก PTT  , Exxon หรือจะเป็นบริษัทต่างชาติก็ได้ ทุกที่มีงานด้านบัญชีรองรับอยู่เสมอ จะหาสมัครงานโรงงาน ตามนิคมอุตสาหกรรมก็รายได้ดี แถมสวัสดิการยังดีมากด้วย หรือไปทำงานสายธนาคาร คุณก็จะไปอยู่สายไฟแนนซ์ สินเชื่อ การเงินได้อีก เรียกว่ามีแทบองค์กรที่จะสามารถเข้าไปทำงานด้านบัญชีได้เลยทีเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการทำงานด้านนี้ ซึ่งคุณสมบัติของพนักงานบัญชี ที่บริษัทต้องการมีดังต่อไปนี้

  • จบการศึกษาสายบัญชีจากสถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรวิชาการบัญชี
  • มีทักษะทางวิชาชีพในด้านต่างๆ ได้แก่ ทักษะด้านเทคนิคทั่วไปและเทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับวิชาชีพ ทักษะส่วนบุคคล ทักษะในการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะด้านการจัดการทางธุรกิจและองค์กร
  • ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ รักษาความลับได้ดี คุณจะรู้เกี่ยวกับการเงินขององค์กรทั้งหมด ดังนั้นต้องรักษาความลับได้ดี
  • เป็นคนละเอียด รอบคอบ ทำงานกับเรื่องเงิน พลาดทีนี่ยาวแน่นอน ต้องใส่ในในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
  • มีมนุษยสัมพันธ์ดี รับฟังหัวหน้างาน มีอัธยาศัยดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการบัญชี และภาษีอากรที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา เพราะจะมีข้อกฏหมายที่จะปรับปรุงอยู่ตลอด
  • อดทน ทำงานหนัก จุกจิก ซ้ำๆได้ งานบัญชีส่วนใหญ่จะซ้ำๆ มีไม่กี่อย่าง
  • กลับดึกได้ ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าเป็นช่วงปิดงบก็ 3-4 ทุ่มนี่อย่างต่ำ ถ้า บ.ใหญ่ๆ อาจอยู่ถึง 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน
  • เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกรวดเร็ว และถูกต้องมากชึ้น
  • มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คุณจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับทางลูกค้าหรือหน่วยงานนั้นๆ อาจเป็นชาวต่างชาติ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ด้านภาษาบ้าง

ถ้าคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ว่ามานี้ คุณสามารถหางานได้ทุกบริษัทที่คุณต้องการจะเข้าไปทำงานแน่นอน

“อยากจะบอกว่าสายอาชีพนี้คนขาดตลอดศกครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีงาน จบบัญชีไม่ต้องกลัวตกงานครับ ปัจจุบันพนักงานบัญชียังขาดอีกประมาณ 50% ของอัตราการว่าจ้าง ยังไม่รวมการเปิด AEC  ที่จะมีการค้าขายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอีกมาก ยิ่งต้องการคนทำงานบัญชีที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการเงินอีกมาก”


บทความโดย: http://www.unigang.com

 4064
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก่อนไปดูความหมายของ ภ.ง.ด.50 นักบัญชีและเจ้าของกิจการ มาดู Timeline กับการยื่นงบการเงินกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าต้องยื่นงบวันที่เท่าไหร่ ไม่ให้เกินระยะยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อไม่ให้ถูกปรับ และทำการส่งให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกรมสรรพากร โดยมี Timeline ดังนี้
สำหรับนักบัญชีคือการกำหนดว่าจะต้องทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้นก็แปลงแผนดำเนินการนั้นด้วยวิธีการทางบัญชีบริหารให้เป็นรูปตัวเงิน ซึ่งเรียกว่า งบประมาณประจำปี ส่วนการนำแผนการดำเนินงานของแต่ละเดือนมาแปลงเป็นตัวเงิน ก็จะเรียกว่า งบประมาณประจำเดือน
การคำนวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผลและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการ โดยทั่วไปการคำนวณต้นทุนจะใช้เวลาและลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่นเช่นกิจการขายส่ง ขายปลีก ร้านอาหารหรือบริการต่างๆไม่มีความสำคัญในการที่ต้องคำนวณต้นทุนเลย การคำนวณต้นทุนสามารถนำไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจดังนี้
งบการเงินรวมเป็นรายงานทางการเงินที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบถึงผลประกอบการของกลุ่มกิจการ โดยงบการเงินรวมนำเสนอเสมือนว่ากลุ่มกิจการนั้นเป็นกิจการเดียว ฉะนั้นการจัดทำงบการเงินรวมมีความสำคัญมากต่อการที่นักวิเคราะห์ทางการเงิน หรือผู้ใช้งบการเงินที่ต้องการพิจารณางบการเงินของกลุ่มกิจการ โดยประโยชน์ของการวิเคราะห์งบการเงิน ยังคงไม่แตกต่างจากประโยชน์การวิเคราะห์งบการเงินของกิจการใดกิจการหนึ่ง คือทำให้ผู้ใช้งบการเงินรวมสามารถนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ตัดสินใจทางการเงิน การเลือกลงทุนในกลุ่มกิจการ หรือใช้พยากรณ์อนาคตผลประกอบการและฐานะทางการเงินของกลุ่มกิจการ หรือใช้เป็นเครื่องมือการวินิจฉัยปัญหาของการบริหารงาน การดำเนินงาน หรือใช้เป็นเครื่องมือประเมินผล (Evaluation) ของฝ่ายบริหาร
สำหรับ "บริษัทจำกัด" ที่มีวันสิ้นรอบปีบัญชี คือ 31 ธันวาคม 2566 จะต้องปิดงบการเงิน ยื่นงบการเงิน และยื่นภาษีบริษัทประจำปี ภายในวันสุดท้ายดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์