ความสำคัญของ IT Audit ในยุคดิจิทัล

ความสำคัญของ IT Audit ในยุคดิจิทัล


“ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
?”

ปัจจุบันถ้ากล่าวถึงผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  (Information System Auditor)  หลายท่านอาจเกิดความสงสัยว่าอาชีพนี้มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วยประเภทหลักๆ

1.ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอิสระหรือภายนอก (External IS Auditor)
2.ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภายใน (Internal IS Auditor)
3.ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกรณีพิเศษ (Special IS Auditor)



“ความสำคัญของ IT Audit ในยุคดิจิทัล” ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นส่วนสำคัญของหน่วยงาน ที่จะช่วยนำองค์กรบรรลุเป้าหมายขององค์กร

“สิ่งสำคัญของผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยี”

       ทักษะและความรู้ (Skill and Knowledge)
ของผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศถือว่าเป็นส่วนสำคัญมาก



“ผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจำเป็นต้องมีประกอบด้วย 2 ส่วน”

1.ความรู้ (Knowledge)
ความรู้ที่จำเป็นต้องมี เช่น วิสัยทัศน์ขององค์กร, กระบวนการตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, การบริหารความเสี่ยง, กระบวนการทางธุรกิจ,  ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสารสนเทศ,การวิเคราะห์เชิงทำนาย, ปัญญาประดิษฐ์

2.ทักษะ (Skill)

ทักษะที่จำเป็นต้องมี เช่น ทักษะทางด้านการคิดและการใช้เหตุผล,ทักษะด้านอารมณ์ ความรู้สึก, ทักษะด้านภาษา, ทักษะในการแสวงหาความรู้, ทักษะด้านการจัดการ, ทักษะการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ, ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น, การติดต่อสื่อสาร และการเขียน/อ่าน เอกสารและรายงาน

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิ๊ก!



ขอบคุณบทความจาก : www.spu.ac.th 
 1449
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การปิดบัญชี คือ การทำให้ตัวเลขในบัญชีตรงกับความเป็นจริง บัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายจะถูกปิดยอดคงเหลือ โอนไปบัญชีกำไรขาดทุน และยอดคงเหลือของบัญชีกำไรขาดทุนจะโอนไปยังบัญชีทุนพร้อมๆ กับยอดคงเหลือของบัญชี ถอนใช้ส่วนตัว  กิจการสามารถพิสูจน์ความถูกต้องของยอดคงเหลือจากบัญชีแยกประเภทได้โดยการทำงบทดลอง หลังปิดบัญชี  
การกำหนดมูลค่าลูกหนี้ เมื่อกิจการขายสินค้าและบริการควรจะรับรู้รายการและบันทึกบัญชีลูกหนี้ ณ วันใดด้วยจำนวนเงินเท่าใดขึ้นอยู่กับกำหนดเวลาที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการและมูลค่าที่จะเกิดกับลูกค้าดูได้จากเอกสารคือใบกำกับสินค้า ในการกำหนดมูลค่าลูกหนี้ที่จะบันทึกควรพิจารณาถึงส่วนลด (Discounts) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
นักบัญชีเป็นวิชาชีพเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจแบบแยกออกจากกันไม่ได้ ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเป็นต้องมี “ผู้ทำบัญชี”ที่รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจ เพื่อให้มีการแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของธุรกิจที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี พระราชบัญญัติการบัญชีจึงได้มีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ทำบัญชีไว้ชัดเจน โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือธุรกิจ ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด ดังนี้
อ้างอิงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง  กำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี  และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี พ.ศ.2544 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 (1) (2) (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชีพ.ศ. 2543 อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
โดยปกติแล้วเมื่อกิจการมีรายได้เกิดขึ้น จะต้องรับรู้รายได้โดยการนำรายได้ดังกล่าวไปบันทึกบัญชี ไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในงบกำไรขาดทุน รายได้ที่ต้องนำไปคำนวณกำไรสุทธิมักจะได้แก่ รายได้จากการขาย รายได้จากการให้บริการ และรายได้อื่น
เงินสดย่อยกับเงินกู้ยืมกรรมการมีความคล้ายกันตรงที่เป็นเงินของกิจการที่คนในกิจการต้องการนำเงินไปใช้จ่ายต่างๆ เหมือนกันทั้งคู่ แต่หากกิจการเกิดมีบัญชีเงินกู้ยืมกรรมการขึ้นมาจะไม่เป็นผลดีต่อกิจการ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วคนที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการใหม่ๆ จะหลีกเลี่ยงอย่างไรได้บ้าง ในบทความนี้จะขอเปรียบเทียบหน้าที่ของเงินทางบัญชีทั้งสองแบบนี้ว่าต่างกันอย่างไร

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์