สรุปครบ! ข้อกำหนด e-Tax Invoice ที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องรู้

สรุปครบ! ข้อกำหนด e-Tax Invoice ที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องรู้


e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร

คือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออก–ส่ง–จัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร แทนเอกสารกระดาษ

ใครบ้างที่สามารถใช้งานได้

  • ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

  • ต้องแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการกับ กรมสรรพากร ก่อนเริ่มใช้งาน

รูปแบบไฟล์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ต้องจัดทำเอกสารในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้

  • XML (มาตรฐานหลัก)

  • PDF/A-3 (แนบไฟล์ XML ภายใน)

เอกสารต้องไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้

ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature)

  • e-Tax Invoice ต้องมี Digital Signature

  • ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) ที่กรมสรรพากรยอมรับ

  • เพื่อยืนยันตัวตนผู้ออกเอกสาร และป้องกันการปลอมแปลง

การส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

มี 2 แนวทางหลัก

  1. ส่งผ่านระบบ e-Tax Invoice by Email

  2. ส่งผ่าน Service Provider / โปรแกรมบัญชีที่ได้รับการรับรอง

ต้องส่งข้อมูลภายในระยะเวลาที่กำหนดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

การจัดเก็บเอกสาร

  • ต้องจัดเก็บ e-Tax Invoice & e-Receipt ไม่น้อยกว่า 5 ปี

  • ต้องสามารถเรียกดู ตรวจสอบ และพิมพ์ได้ตลอดเวลา

  • จัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (ไม่จำเป็นต้องพิมพ์)

ข้อมูลที่ต้องมีใน e-Tax Invoice

  • คำว่า “ใบกำกับภาษี” หรือ “ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์”

  • ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของผู้ขาย

  • รายละเอียดสินค้า/บริการ

  • มูลค่าสินค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • วันที่ออกเอกสาร

  • เลขที่เอกสาร (ไม่ซ้ำกัน)

ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการได้รับ

✅ ลดต้นทุนกระดาษและการจัดเก็บ
✅ ลดความผิดพลาดจากงานเอกสาร
✅ ตรวจสอบย้อนหลังง่าย
✅ ใช้เป็นเอกสารถูกต้องตามกฎหมายภาษี
✅ บางกรณี ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามที่ภาครัฐกำหนด

 870
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บอจ.2 บอจ.3 บอจ.5 เป็นเอกสารประกอบการจดทะเบียนที่สำคัญอย่างหนึ่งเวลาที่เราเอาบริษัทไปทำธุรกรรมในด้านต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราไปเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัทธนาคารก็จะขอ บอจ.2 บอจ.3 บอจ.5 ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเอกสารดังกล่าวนั้นคืออะไร
การเฉลี่ยภาษีซื้อ คือ การปันส่วนภาษีซื้อของกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีรายได้จากธุรกิจ VAT และ NON VAT ซึ่งภาษีซื้อที่เกิดขึ้นมาจากการได้สินค้าหรือบริการ มาใช้ในกิจการที่ไม่สามารถจำแนกได้ว่าใช้ในธุรกิจ VAT หรือ NON VAT
ป้ายที่ต้องเสียภาษีได้แก่ป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมาย ที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น ดังนั้นลักษณะของป้ายที่เสียภาษี ? ก็คงเป็นป้ายที่เกี่ยวกับการค้าหรือกิจการหารายได้ต่างๆนั้นเอง
เราไปดูกันว่า 7 ทักษะ Soft skills ที่นักวิชาชีพตรวจสอบบัญชี (Auditor) ควรมีนั้น มีอะไรบ้าง

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์