10 ข้อน่ารู้ก่อนตัดสินใจ “เปิดบริษัท” เป็นของตัวเอง

10 ข้อน่ารู้ก่อนตัดสินใจ “เปิดบริษัท” เป็นของตัวเอง



การมีบริษัทเป็นของตัวเองไม่ใช่แค่ความภูมิใจ
แต่คือความรับผิดชอบทั้งด้านกฎหมาย การเงิน และภาษี

ก่อนตัดสินใจ ลองเช็ก 10 ข้อนี้ให้พร้อม 

1️⃣ เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะ
เช่น บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน ฯลฯ แต่ละแบบมีข้อดี–ข้อจำกัดต่างกัน

2️⃣ ทุนจดทะเบียนต้องเหมาะสม
ไม่จำเป็นต้องสูงมาก แต่ควรสอดคล้องกับขนาดธุรกิจ

3️⃣ เข้าใจหน้าที่ตามกฎหมาย
ต้องยื่นงบการเงินและภาษีตามกำหนดของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

4️⃣ เรื่องภาษีสำคัญมาก
ต้องยื่นภาษีให้ถูกต้องกับ กรมสรรพากร เช่น ภ.ง.ด., ภ.พ.30

5️⃣ ต้องมีระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน
บริษัทต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมาย และปิดงบทุกปี

6️⃣ แยกบัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัว
เพื่อความชัดเจนและตรวจสอบง่าย

7️⃣ วางแผนกระแสเงินสด (Cash Flow)
กำไรดี แต่เงินสดไม่พอ ก็เสี่ยงได้

8️⃣ เตรียมค่าใช้จ่ายแฝง
เช่น ค่าทำบัญชี, ค่าสอบบัญชี, ค่าประกันสังคมพนักงาน

9️⃣ หากมีพนักงาน ต้องรู้กฎหมายแรงงาน
เรื่องสัญญาจ้าง เวลาทำงาน วันลา และประกันสังคม

🔟 มีที่ปรึกษาที่ดี จะช่วยให้ธุรกิจไปได้ไกลกว่า
นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีมืออาชีพ คือผู้ช่วยสำคัญของเจ้าของกิจการ

เปิดบริษัทไม่ยาก แต่ “บริหารให้รอดและเติบโต” ต้องมีการวางแผนที่ดี

คิดให้รอบคอบ เตรียมตัวให้พร้อม
แล้วความฝันเจ้าของธุรกิจจะมั่นคงและเติบโตได้จริง 

 305
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักลงทุนควรที่ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในงบการเงินของกิจการ โดยนักลงทุนจะต้องทราบถึงความสำคัญของงบการเงิน ว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะข้อมูลในงบการเงินของแต่ละกิจการนั้น จะสามารถบ่งชี้ให้เราทราบถึงโอกาสในการลงทุนโดยดูจากข้อมูลภายในงบการเงินนั้นๆ งบการเงินของบริษัท ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนต้องการที่จะกล่าวถึง สาระสำคัญของงบการเงินที่นักลงทุนควรที่จะต้องพิจารณา โดยมีด้วยกันอยู่ 2 รายงาน และ 3 งบ ดังนี้
จุดคุ้มทุนมีความสำคัญในการตัดสินใจกำหนดราคาขาย และปริมาณสินค้าที่จะขาย โดยการคำนวณจะต้องคำนวณทีละหนึ่งผลิตภัณฑ์ หากมีผลิตภัณฑ์หลายตัวก็คำนวณหลายครั้งโดยอย่าลืมที่จะจัดสรรค่าใช้จ่ายของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวด้วยเพื่อไม่ให้มีค่าใช้จ่ายคงที่สูงเกินไป การคำนวณต้องใช้ปัจจัยเหล่านี้คือ
อ้างอิงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง  กำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี  และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี พ.ศ.2544 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 (1) (2) (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชีพ.ศ. 2543 อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
เงินได้มาตรา 40(1) หัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า คือ การประมาณรายได้พนักงานทั้งปี แล้วหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเพื่อหาเงินได้สุทธินำส่งนำไปคำนวณภาษี นำเงินได้สุทธิมาคูณอัตราภาษีตามอัตราก้าวหน้า (0%-35%) เมื่อได้ยอดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะต้องเสีย จึงนำมาหารเฉลี่ยตามงวดที่จ่าย
ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์,กิจการค้าที่เป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์,พาณิชยกิจที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
ในการทำงบการเงินนั้น  นิยมใช้เกณฑ์ในการกำหนดและในแม่บทการบัญชีระบุไว้  2 แบบคือ

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์