ข้อควรระวังทางบัญชีที่อาจทำให้สรรพากรตรวจสอบ

ข้อควรระวังทางบัญชีที่อาจทำให้สรรพากรตรวจสอบ

การทำบัญชี ไม่ใช่แค่บันทึกตัวเลขให้ครบ แต่ยังต้องระวัง ประเด็นที่สรรพากรมักจับตา ถ้าพบผิดปกติอาจถูกเรียกตรวจสอบ/ชี้แจงได้ ข้อควรระวังทางบัญชีที่อาจทำให้สรรพากรตรวจสอบมีอะไรบ้าง

  1. รายได้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
  • ยอดขายในงบการเงินต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
  • ยอดขายในงบการเงินไม่ตรงกับที่ยื่นภาษี (ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.)
  1. ต้นทุน/ค่าใช้จ่ายสูงผิดปกติ
  • บันทึกค่าใช้จ่ายเกินจริง เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าน้ำมัน ค่าโฆษณา
  • ค่าใช้จ่ายไม่สัมพันธ์กับรายได้ (เช่น รายได้ 1 ล้าน แต่ค่าใช้จ่ายเกือบเท่ากันทุกเดือน)
  1. เอกสารภาษีไม่ถูกต้อง
  • ใบกำกับภาษีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (ไม่มี VAT / ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี / เลขใบกำกับซ้ำ)
  • ใช้ใบกำกับภาษีที่สรรพากรขึ้นบัญชี “ใบกำกับภาษีปลอม”
  1. ภาษีซื้อ-ภาษีขายไม่สัมพันธ์กัน
  • ยื่นภาษีซื้อ (VAT) สูงมาก แต่ภาษีขายน้อยผิดปกติ
  • ขายสินค้า/บริการแต่ไม่ยื่นภาษีขายให้ครบ
  1. เงินสดและบัญชีธนาคาร
  • เงินสดคงเหลือในงบสูงผิดปกติ แต่ไม่มีหลักฐานการเก็บจริง
  • การโอนเงินระหว่างบัญชีจำนวนมาก แต่ไม่มีหลักฐานประกอบ
  1. เงินกู้ยืมผู้ถือหุ้น/กรรมการ
  • มีการกู้ยืมเงินระหว่างบริษัทกับกรรมการจำนวนมาก แต่ไม่มีสัญญาหรือเงื่อนไขชัดเจน
  • สรรพากรอาจมองว่าเป็นการเลี่ยงภาษี
  1. ไม่ยื่นภาษีหรือยื่นล่าช้า
  • ภ.พ.30 (VAT), ภ.ง.ด.3/53 (หัก ณ ที่จ่าย), ภ.ง.ด.50 (ปิดงบประจำปี) ถ้ายื่นช้าหรือไม่ยื่นเลย = เสี่ยงตรวจสอบ



วิธีลดความเสี่ยงถูกตรวจสอบ

  • จัดเก็บเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
  • ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง งบการเงิน – แบบภาษี – เอกสารจริง
  • ใช้ระบบบัญชีดิจิทัลเพื่อลดข้อผิดพลาด
  • ปรึกษานักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
 889
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องของบัญชีและภาษีได้อยู่ควบคู่กับธุรกิจมาอย่างยาวนาน ผู้ที่ทำธุรกิจควรมีความรู้และความเข้าใจในบัญชีและภาษีในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการทำบัญชีเบื้องต้นและการยื่นภาษีอากร แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำหน้าที่เหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง แต่ในฐานะที่คุณทำธุรกิจมันจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องเข้าใจในระดับหนึ่ง
เมื่อธุรกิจขาดทุน สำหรับบุคคลธรรมดาจะต้องเสียภาษีขั้นต่ำอัตรา 0.5% ของเงินได้ ถ้าภาษีที่คำนวนได้ไม่ถึง 5,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีและผลขาดทุนสะสมไม่สามารถยกไปหักกับเงินได้ในปีถัดไป แต่สำหรับนิติบุคคลเมื่อขาดทุนจะไม่เสียภาษีและผลขาดทุนสามารถนำไปหักจากกำไรในปีอื่นได้ไม่เกิน 5 ปี
ภาษี หัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่คนวัยทำงานทุกคนจะต้องเคยเห็น แต่หลายคนก็อาจจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ใครต้องเป็นคนจ่าย หักเงินยังไง เมื่อไหร่ บทความชิ้นนี้จะมาแนะนำให้เรารู้จักกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมระบุประเภทและอัตราการหักภาษีแบบที่เข้าใจง่าย
ภ.พ.36 คือ แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามประมวลรัษฎากร ใช้เมื่อได้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ฯ
เมื่อมีการจ่ายเงินออกนอกประเทศตาม ม.70 แห่งประมวลรัษฎากร แบบยื่นฯ ที่หลายคนคิดถึงคงหนีไม่พ้น ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54 และ การยื่นแบบทั้ง 2 แตกต่างกันอย่างไร
มาดูในข้อแตกต่างของการจดทะเบียนที่หลายคนสงสัยว่า จดแบบบุคคลธรรมดา กับ จดแบบนิติบุคคล ต่างกันอย่างไร หรือ จะมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ทำความเข้าใจก่อนเริ่มธุรกิจ "ร้านอาหาร" โดยเฉพาะถ้าเปิดเป็นร้านอาหารแบบจริงจัง หรือมีหุ้นส่วนร่วมด้วย จะเสียภาษีรูปแบบบุคคลธรรมได้หรือไม่ หรือควรจดทะเบียนบริษัท แต่ละแบบต้องทำอย่างไร ? แล้วแบบไหนใช้ประโยชน์ทางภาษีได้มากกว่ากัน

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์