ความแตกต่างของรายได้ตาม ภ.ง.ด.50 กับรายได้ ตาม ภ.พ.30

ความแตกต่างของรายได้ตาม ภ.ง.ด.50 กับรายได้ ตาม ภ.พ.30


ภ.ง.ด.50 และ ภ.พ.30
 เป็นการรับรู้รายได้ที่แตกต่างกัน โดยส่วนมากตาม ภ.ง.ด.50 หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT: Corporate Income Tax) จะรับรู้รายได้ตามเกณฑ์คงค้าง ส่วนภ.พ. 30 (VAT) เป็นการรับรู้รายได้ตาม Tax Point ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการรับรู้ของภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ และประเภทรายได้ที่เกิดขึ้นด้วย

ตามตัวอย่างที่แสดงให้ดูในตารางสรุปด้านล่าง ดังนี้

ประเภทรายการ

ขายสินค้า (ทั่วไป)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50) :  เกณฑ์สิทธิ์
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)           :  เมื่อส่งมอบสินค้า


เช่าซื้อ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระ

ส่งออก (ทั่วไป)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  เมื่อส่งมอบหรือโอนความเสี่ยงตามตกลง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  เมื่อผ่านพิธีศุลกากร FOB มาตรา 79 (1)

ให้บริการ (ทั่วไป)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  เกณฑ์สิทธิ์ตามส่วนของงานที่ทำเสร็จ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  เมื่อรับชำระเงิน

เงินสนับสนุน/ช่วยเหลือ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  รับรู้เป็นรายได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ไม่รวมเป็นฐานภาษี

ค่าปรับ/สินไหม
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  รับรู้เป็นรายได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ไม่รวมเป็นฐานภาษี

กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  รับรู้เป็นรายได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ไม่รวมเป็นฐานภาษี

ส่งออกสินค้า
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  รับรู้รายได้ตามมาตรา 70 ตรี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ส่งออกอัตรา 0

ขายทรัพย์สินเก่า
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  ​รับรู้เฉพาะส่วนที่เป็นกำไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  รับรู้ VAT ทั้งจำนวน

แจกสินค้า
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  ถือเป็นรายจ่าย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  รับรู้ VAT

ดอกเบี้ย/เงินปันผล
ภาษีเงินได้นิติบุคคล(ภงด.50)  :  รับรู้เป็นรายได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)            :  ไม่รวมเป็นฐานภาษี






ขอบคุณบทความจาก :: Ddproperty
ประกาศบทความโดย :: www.prosofterp.com
 4556
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจขนส่งเสียภาษีอะไร เป็นคำถามที่ผู้เริ่มต้นธุรกิจขนส่งมักสงสัยอยู่ตลอด ซึ่งตามความหมายของคำว่าการขนส่งก็คือ การขนคนหรือขนของส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะต้องประกอบธุรกิจขนส่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล ไม่ว่ากิจการขนส่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม
ข้อมูลทางการบัญชีสื่อให้เห็นภาพที่แท้จริงของธุรกิจ เพื่อให้บุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถมอง เห็นถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการดำเนินงานของธุรกิจทั้งในอดีต ปัจจุบันและพยากรณ์ในอนาคตได้ กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ จากข้อมูลทางการบัญชีแบ่งได้ 2 กลุ่มดังนี้
โดยทั่วไปผู้มีเงินได้ต้องนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภทของตน ตลอดปีภาษี (ไม่รวมเงินได้ที่กฎหมายยกเว้นภาษี หรือที่ไม่ต้องเสียภาษี) ไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่มีเงินได้ การคำนวณภาษีให้ทำเป็น 3 ขั้น คือ
การปิดงบการเงินแบบ normal อาจจะเป็นเรื่องไม่ normal อีกต่อไป ตั้งแต่มี Covid-19 เข้ามา แทบจะทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด เริ่มตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และแน่นอนว่าผลกระทบเหล่านี้ย่อมต้องสะท้อนออกมาในงบการเงินอย่างถูกต้องและเหมาะสมเช่นกัน ก่อนจะปิดบัญชีปีนี้มีจุดเสี่ยงสำคัญอะไรในงบการเงินบ้างที่นักบัญชีต้องเรียนรู้ เราขออาสาพาทุกท่านมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลย ในบทความนี้ค่ะ
เงินได้มาตรา 40(1) หัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า คือ การประมาณรายได้พนักงานทั้งปี แล้วหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเพื่อหาเงินได้สุทธินำส่งนำไปคำนวณภาษี นำเงินได้สุทธิมาคูณอัตราภาษีตามอัตราก้าวหน้า (0%-35%) เมื่อได้ยอดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะต้องเสีย จึงนำมาหารเฉลี่ยตามงวดที่จ่าย
ถ้ามีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ทั้งภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปี ผู้เสียภาษีมีสิทธิ ขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ ผู้เสียภาษีอาจติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบบ.ช. 35 จำนวน 1 ชุด 3 แผ่น ข้อความเหมือนกันดังนี้

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์