โปรแกรมทำบัญชีแบบไหนตอบโจทย์นักบัญชีมากที่สุด

โปรแกรมทำบัญชีแบบไหนตอบโจทย์นักบัญชีมากที่สุด



โปรแกรมบัญชีสำหรับสำนักงานบัญชี นักบัญชี ที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้สอบบัญชี ผู้รับทำบัญชีอิสระ สภาวิชาชีพบัญชี ผู้สอบบัญชี CPA ตอบสนองความต้องการทางด้านบัญชี ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้สำนักงานบัญชีทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปรแกรมทำบัญชีแบบไหนจะตอบโจทย์นักบัญชีมากที่สุด นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ และความต้องการใช้งานของนักบัญชีแต่ละคน โดยหลัก ๆ จะพิจารณาจากปัจจัยอะไรบ้าง

1.เพิ่มสมุดบัญชีกี่เล่มก็ได้

สมุดบัญชีมาตรฐานอาจไม่เพียงพอสำหรับการบริหารธุรกิจบางประเภท โปรแกรมของเราสามารถเพิ่มได้มากกว่านั้น และไม่จำกัดสมุดบัญชีด้วย

2.ลงบัญชีอัตโนมัติ ได้หลายแบบ

สามารถสร้างรูปแบบการลงรายการบัญชีได้ไม่จำกัด เพื่อให้เลือกใช้ได้หลากหลายตามประเภทที่ทำรายการ

3.กำหนดรูปแบบเลขที่เอกสารตามต้องการ

การกำหนดรูปแบบเลขที่เอกสารอัตโนมัติ ตามสมุดบัญชี หรือตามความต้องการ เพื่อการตรวจสอบข้อมูลที่ง่ายและสะดวกขึ้น

4.บันทึกบัญชีอย่างรวดเร็ว

บันทึกรายการรายวัน แบบอ้างอิงข้อมูลลูกหนี้, เจ้าหนี้ได้โดยตรง ง่ายและสามารถตรวจสอบรายงานข้อมูลรายวันตามสมุดบัญชีต่างๆได้ง่ายขึ้น

5.ตรวจสอบจำนวนเอกสารข้อมูลรายวันเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดทำ

ตรวจสอบข้อมูลที่มีทำเอกสารต่างๆ สำหรับลูกค้า เพื่อนำมาประเมินรายได้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

6.บันทึกเอกสารเข้าระบบก่อน แล้วค่อยลงรายการบัญชีภายหลัง

บันทึกข้อมูลลงไปในระบบเพื่อตรวจสอบยอด แล้ว Post ลงรายการรายวันภายหลังที่ตรวจสอบรายการเสร็จได้

7.สรุปยอดรายเดือนตามสมุดบัญชีได้

สามารถตรวจสอบยอดบัญชีแยกประเภท แบบสรุปประจำเดือน ตามสมุดบัญชี หรือรหัสบัญชีได้อีกด้วย

8.แนบรูปและไฟล์เอกสาร

สามารถแนบไฟล์รูปภาพหรือเอกสารประกอบข้อมูลได้ไม่จำกัด สำหรับการตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างถูกต้อง ตรงกัน และชัดเจนยิ่งขึ้น

9.บันทึกไว้ในระบบ ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ได้

มีรายงานให้เลือกอย่างหลากหลาย เพื่อการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หรือวางแผนการทำบัญชี หรือเป้าหมายทางธุรกิจต่อไปได้อย่างสะดวก



สมัครเป็น PARTNER โปรแกรมบัญชี

มาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา เพื่อเข้าสู่การทำบัญชีในยุคติจิตอล ที่มีประสิทธิภาพ

 

 684
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เงินปันผล (dividend) เป็นค่าตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งมักเป็นการกระจายกำไร เมื่อบริษัทได้กำไรหรือส่วนเกิน บริษัทสามารถนำไปลงทุนในธุรกิจต่อ (เรียก กำไรสะสม) หรือสามารถจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นก็ได้ บริษัทอาจสงวนกำไรหรือส่วนเกินส่วนหนึ่ง
ก่อนจะมาเป็น “หนี้สูญ” ต้องผ่านการบันทึกบัญชีลูกหนี้มาก่อน ซึ่งเกิดจากการขายที่ให้เครดิตแก่ลูกหนี้ ที่เรียกกันทั่วไปคือการขายเชื่อ หรืออาจเป็นการขายผ่อนชำระ รวมถึงการรับชำระเป็นงวด ๆ ในลักษณะการเช่าซื้อหรือลีสซิ่ง นอกจากลูกหนี้ที่เกิดจากการค้าแล้วอาจมีลูกหนี้ในลักษณะอื่น ๆ ทั้งนี้ กิจการที่มีลูกหนี้ย่อมมีสิทธิในการเรียกให้ลูกหนี้นั้นชำระเงินตามมูลหนี้ที่เกิดขึ้นตามที่ได้ตกลงกันไว้
ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับการรับรู้รายได้สำหรับมาตรฐานการบัญชี ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 6/2561 เรื่อง มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งมีการบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้วตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา
ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานของรัฐบาล หรืออื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งบุคคลที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีเหล่านี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีในทิศทางที่แตกต่างกัน เช่น ผู้บริหารต้องการแสดงผลการดำเนินงานที่มีกำไรน้อยกว่าความเป็นจริงหรือขาดทุน เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรรพากรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีก็ต้องการให้แสดงข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพัฒนาประเทศต่อไป
เมื่อใดที่มีการทางสัญญาทางธุรกิจต่างๆเช่น สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน สัญญาจ้างทาของ สัญญากู้ยืมเงิน เป็นต้น กฎหมายกำหนดให้เสียค่าอากรแสตมป์โดยเป็นอากรที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการำตราสารต่างๆ
โดยปกติแล้วเมื่อกิจการมีรายได้เกิดขึ้น จะต้องรับรู้รายได้โดยการนำรายได้ดังกล่าวไปบันทึกบัญชี ไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในงบกำไรขาดทุน รายได้ที่ต้องนำไปคำนวณกำไรสุทธิมักจะได้แก่ รายได้จากการขาย รายได้จากการให้บริการ และรายได้อื่น

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์